เช้านี้ที่หมอชิต

ปิดฉากการเมือง เทพไท และน้องชาย ต้องโทษจำคุก 2 ปี โกงการเลือกตั้ง

เช้านี้ที่หมอชิต - ปิดฉากเส้นทางการเมืองไปอีกหนึ่งท่าน สำหรับนักการเมืองมากสีสัน อย่าง เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ 4 สมัย หลังศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในคดีทุจริตเลือกตั้ง นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที ก่อนที่จะไปติดตามรายละเอียดทางคดี เราไปดูการทำหน้าที่ในสภาครั้งสุดท้ายของ คุณเทพไท กันก่อน

เป็นการทำหน้าที่ในสภาฯครั้งสุดท้าย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ เพื่อปลดล็อกกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษ ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้สิ้นสภาพความเป็น สส. ปิดฉากการเป็น สส.นครศรีธรรมราช 4 สมัยซ้อน ตั้งแต่การเลือกตั้ง 6 มกราคม 2544

จุดเริ่มต้นของคดีนี้ เกิดขึ้นจาก นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งต้องเรียกว่าเป็นคนกันเอง เพราะเป็นน้องชายของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สส.นครศรีธรรมราช พรรคเดียวกัน แต่สนามการเมืองท้องถิ่นกลับขัดแย้งกันรุนแรง จนมีการยื่นฟ้อง นายมาโนช เสนพงศ์ น้องชายนายเทพไท กรณีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.เมื่อปี 2556

นำไปสู่การให้ใบแดงของ กกต. และจบที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิพากษาให้ใบแดงตามสำนวนของ กกต. ในวันที่ 27 มิถุนายน 2558 จากนั้นวันที่ 28 สิงหาคม 2563 ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาจำคุก นายเทพไท กับน้องชาย 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และตัดสิทธิการเมือง 10 ปี  โดย กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ นายเทพไท พ้นความเป็น สส. ในวันที่ 27 มกราคม 2564 ต่อมาวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และล่าสุดเมื่อวานนี้ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ส่งผลให้ทั้ง นายเทพไท และนายมาโนช น้องชาย ซึ่งเดินทางไปฟังคำพิพากษาด้วย ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที

21 ปี บนถนนการเมืองของเทพไท เริ่มจากการเป็นผู้ช่วย สส.ของ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช สมัยอยู่พรรคพลังธรรม ตามติดจนได้เป็นเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้กับ นายชำนิ และติดสอยห้อยตามมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็น สส.ครั้งแรกในการเลือกตั้ง 6 มกราคม 2544 ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.ต่อเนื่องถึง 4 สมัย โดยถือเป็นขุนพลฝีปากกล้าที่มากไปด้วยสีสันคนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์

วิบากกรรมของคนในตระกูลเสนพงศ์ครั้งนี้ ยังส่งผลให้การเมืองภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ โดยก่อนหน้านี้สูญเสียฐานระดับท้องถิ่นให้กับชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ที่กำลังมีบทบาทสำคัญในพรรคประชาธิปัตย์ โดยมารดาของนายชัยชนะ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.นครศรีธรรมราช

ขณะที่การเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งของเทพไท ก่อนหน้านี้ ส่ง พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ น้องชายลงสมัคร แต่ก็ต้องพ่ายให้กับ อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐไปแบบหมดประตูสู้ แต่ยังพยายามขอล้างตาอีกครั้ง ให้พรรคประชาธิปัตย์ส่งลงอีกหนในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้น อาจไม่ง่ายนักที่คนในตระกูลเสนพงศ์ จะได้กลับสู่เส้นทางการเมือง

นอกจากนี้ยังมีการตามเช็กบิลเพิ่มเติมจาก สส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ถึงขนาดตั้งโต๊ะแถลงข่าว ทันทีที่ทราบผลตัดสิน โดยแสดงความเสียใจ พร้อมระบุต่อไปการเลือกตั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช จะเป็นไปอย่างสุจริต พร้อมกับทวงเงินค่าเลือกตั้งเอากับสองพี่น้องเสนพงศ์ด้วย