เช้านี้ที่หมอชิต

ค่าเงินบาทอ่อนค่า เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค

เช้านี้ที่หมอชิต - อีกหนึ่งสัญญาณที่ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะอ่อนแอ คือ การอ่อนตัวของค่าเงินบาทที่เมื่อวานนี้อ่อนค่าตลอดทั้งวัน จากเปิดตลาดที่ 35 บาท 89 สตางค์ต่อดอลลาร์สหรัฐ ไปปิดที่ 36 บาท 8 สตางค์ต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นการอ่อนค่าที่สูงเป็นอันดับสองของภูมิภาค และสูงสุดในรอบ 6 ปีเลยทีเดียว

นางสาวกฤติกา บุญสร้าง ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า วันนี้ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวทิศทางอ่อนค่าตลอดวัน เป็นระดับที่อ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2016 เมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาค พบว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่า 0.73% เป็นอันดับ 2 รองจากค่าเงินเปโซของฟิลิปปินส์ที่อ่อนไป 0.79% ขณะที่อันดับ 3 เป็นค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ที่อ่อนค่า 0.48%

ขณะที่กูรูด้านเศรษฐกิจ มองการอ่อนค่าของเงินบาทว่า เป็นการสะท้อนถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจไทย ซึ่งหากลากยาวไปหนึ่งถึงสองปีก็จะถือว่าอันตราย แต่หากอ่อนค่าในระยะไม่ยาวนักก็จะถือเป็นการปรับสมดุลด้านเศรษฐกิจ แต่ก็จะมีผลกระทบสำหรับธุรกิจที่พึ่งเงินดอลลาร์เป็นหลัก

การอ่อนค่าเงินบาทแรงในครั้งนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่แทบจะไม่ได้เห็นหลังเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่สถานการณ์เรื่องตลาดทุนจะไม่น่ากังวล เนื่องจากมีการพัฒนาระบบไปมากแล้ว และภาคธุรกิจมีความระมัดระวังในการกู้เงินจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามก็ยังมีเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเร่งพิจารณา คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะในขณะที่สหรัฐปรับอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว แต่ไทยยังคงในอัตราเดิม อาจทำให้เงินไหลออกจากต่างประเทศได้

ในร้ายยังมีดี แต่ในดียังต้องเร่งสนับสนุน นั่นก็คือเครื่องยนต์ด้านการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว แม้นักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมา แต่มีนักท่องเที่ยวอินเดียมาทดแทน ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งทำการประชาสัมพันธ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทยมากขึ้น ชดเชยรายได้ที่หายไป เพื่อให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเข้มแข็งโดยเร็ว