ข่าวออนไลน์7HD

ตำรวจกันตังคุมสถานการณ์ระทึก 2 หนุ่มวัย 27 ปี ลูกพี่ลูกน้องคลุ้มคลั่งพร้อมกัน คนหนึ่งเพ้อโวยวาย อีกคนถือมีดพร้าไล่ทำร้ายพ่อ ญาติมึนสาเหตุเคยรักษาไม่พบสารเสพติด

ตำรวจกันตังคุมสถานการณ์ระทึก 2 หนุ่มวัย 27 ปี ลูกพี่ลูกน้องคลุ้มคลั่งพร้อมกัน คนหนึ่งเพ้อโวยวาย อีกคนถือมีดพร้าไล่ทำร้ายพ่อ ญาติมึนสาเหตุเคยรักษาไม่พบสารเสพติด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำวันที่ 6 ก.ค. 65 เวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุ สภ.กันตัง รับแจ้งเหตุว่ามีชายจำนวน 2 คน เกิดอาการคลุ้มคลั่ง โดยหนึ่งในนั้นมีอาวุธมีดพร้ากำลังจะทำร้ายพ่อ เหตุเกิดพื้นที่ ม.2 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจ สภ.กันตัง พร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพมูลนิธิกุศลสถานตรัง และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ ศรีตรัง (SWAT.TRANG) จำนวน 7 นาย นำโดย พ.ต.ต.ขวัญเจริญ ไกรทอง ผู้ควบคุมชุดฯ พร้อมไม้ง่ามและอุปกรณ์ครบมือเข้าไปควบคุมสถานการณ์

ที่เกิดเหตุพบนายแดง (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี มีอาการคลุ้มคลั่ง โดยพูดจาบ่นเพ้อคนเดียวเรื่อยเปื่อย เอะอะเสียงดัง แต่ไม่มีอาวุธแต่อย่างใด ส่วนอีกคนคือ นายดำ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ถือมีดพร้านั่งเงียบ แต่ขัดขืนไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าใกล้ ต้องอาศัยญาติคอยเกลี้ยกล่อม ก่อนจะเดินมายังรถมูลนิธิฯ ในมือถือโกศใส่อัฐิไว้กอดไว้อย่างแน่น โดยยังขัดขืนไม่ยอมขึ้นรถ จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฯ จะเข้าควบคุมตัวไว้ได้สำเร็จ ก่อนจำนำส่งไปยัง รพ.ตรัง ต่อไป ส่วนอีกคนเจ้าหน้าที่ไม่ได้ควบคุมตัว เนื่องจากไม่ได้มีอาวุธ และไม่ได้ก่อเหตุอันตรายหรือรบกวนใครแต่อย่างใด

สอบถาม นางน้อย (นามสมมุติ) ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของชายคลุ้มคลั่งทั้งสองคน บอกว่า มีเพื่อนบ้านโทรมาแจ้งว่าหลานได้คลุ้มคลั่งอาละวาด และจะทำร้ายพ่อของตัวเอง ก่อนที่เพื่อนบ้านจะช่วยโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยจับ โดยเมื่อ 10 วันก่อนหน้านี้ ก็ได้พาไปรักษาตัวที่ รพ.กันตัง แล้ว แต่ไม่ทันหายก็กลับมาบ้าน ก่อนจะกลับมาคลุ้มคลั่งรุนแรงอีกครั้ง ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 3 ที่หลานมีอาการคลุ้มคลั่ง ซึ่งในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ก็มีการรักษามาโดยตลอด เมื่ออาการดีขึ้นก็กลับไปทำงาน จนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว

ปกติเวลาเกิดอาการคลุ้มคลั่งก็จะขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนไปมา เข้าบ้านคนอื่นและพูดคุยกัน แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งอื่นๆ เพราะหลานได้ถือมีดพร้า เสียงดังโวยวายและจะทำร้ายคนอื่น โดยก่อนหน้านี้หลานเป็นเด็กดี ปกติดี และเคยไปทำงานทำกับข้าวในเรือน้ำมันอยู่ประมาณ 3 ปี หลังจากกลับมาก็เริ่มมีอาการดังกล่าว ตั้งแต่ ต้นปี 2563 เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เคยพาไปตรวจที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้พบว่ามีปัสสาวะสีม่วง หรือไม่ได้พบว่ามีสารเสพติด แต่หลังจากนี้ตนก็อยากให้ทางโรงพยาบาลได้บำบัดรักษาให้หายขาด เพราะถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้นานๆ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือคนในหมู่บ้าน ก็ต่างพากันหวาดผวาและกลัว ตนอยากให้หลานหายเป็นปกติ เพราะรู้สึกสงสารพ่อของหลาน ต้องทำงานเหนื่อย และไม่เคยได้พัก ซึ่งหลานเป็นคนกินเก่ง ต้องเสียเงินให้หลานมากกว่าปกติ โดยหลานจะอาศัยอยู่กับพ่อ และมีแม่กับญาติห่างๆคอยแวะเวียนกันมาดู