ข่าวออนไลน์7HD

ผลวิจัยออสเตรเลีย BA.5 เปลี่ยนกลับ ใช้กลไก “เดลตา” เข้าเซลล์ปอดง่าย แพร่มากกว่าเดิม 100 เท่า

ผลวิจัยออสเตรเลีย BA.5 เปลี่ยนกลับ ใช้กลไก “เดลตา” เข้าเซลล์ปอดง่าย แพร่มากกว่าเดิม 100 เท่า
วันนี้ (11 ก.ค.65) ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผอ.กลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย โดยระบุว่า ทีมวิจัยในออสเตรเลียได้เปรียบเทียบคุณสมบัติของไวรัส BA.5 เทียบกับ BA.1 และ BA.2 ในห้องปฏิบัติการ และพบว่าไวรัส BA.5 มีการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างออกไปจากเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกการเข้าสู่เซลล์เจ้าบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้หลายทีมวิจัยพบว่า โอมิครอน โดยเฉพาะ BA.1 อาจจะติดเซลล์ปอดได้น้อยกว่าเดลตา เพราะโอมิครอนใช้วิธีเข้าเซลล์ไม่เหมือนเดลตา ซึ่งเซลล์ปอดจะเข้ายากกว่าเดิม ด้วยกลไกที่ BA.1ใช้ เป็นการเปลี่ยนแปลงของไวรัสที่ช่วยให้ความรุนแรงของไวรัสลดลงได้ในระดับหนึ่ง

ผลการศึกษาของทีมออสเตรเลีย พบว่า BA.5 อาจจะปรับตัวเองให้กลับมาใช้กลไกเดิมเหมือนเดลตา หรือใช้กลไกใหม่ที่ผสมๆกันระหว่างเดลตากับโอมิครอน ที่ส่งผลให้เข้าเซลล์ อย่างเซลล์ปอดได้ง่ายขึ้น เป็นข้อมูลที่บอกว่า BA.1 เปลี่ยนได้ BA.5 ก็เปลี่ยนกลับได้ ไม่มีอะไรที่คาดการณ์ได้กับไวรัสที่มีโอกาสติดโฮสต์ได้มหาศาลขนาดนี้ กลไกใดๆ ที่ช่วยให้ไวรัสอยู่รอด เพิ่มจำนวนได้ดีที่สุด ไวรัสจะปรับตัวเองไปทางนั้น ความรุนแรงเป็นของแถม จะมากขึ้นหรือน้อยลงตอบอะไรไม่ได้

62cb9eb37c54b0.78842078.jpg

ดร.อนันต์ ระบุด้วยว่า อีกข้อมูลที่น่าสนใจคือ ทีมวิจัยเทียบปริมาณไวรัสที่ติดเชื้อได้ต่อค่า RT-PCR ที่นิยมวัดกันเป็น Ct (จำนวนรอบของปฏิกิริยาที่จำเป็นต้องใช้ในการให้ผลบวก) ตัวเลขง่ายๆ สำหรับ BA.2 (จุดสีเขียว) ค่า Ct ที่ 20 อาจจะมีไวรัสที่ติดเชื้อไปต่อได้ 100 อนุภาค (ที่เหลือ RNA อาจจะมาจากซากเชื้อ) แต่ BA.5 (จุดสีม่วง) ค่า Ct ที่ 20 เหมือนกัน อนุภาคไวรัสที่ยังคงความสามารถในการติดเชื้อได้มีสูงถึง 10,000 อนุภาค หรือมากกว่าเดิม 100 เท่า ซึ่งเป็นลักษณะใกล้เคียงกับไวรัสตัวก่อนเกิดโอมิครอน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคุณลักษณะของไวรัสที่ปรับตัวย้อนกลับไปเหมือนสายพันธุ์เก่ากว่าโอมิครอน

62cb9ebf2db153.94725436.jpg

ตั้งแต่โควิดอุบัติมา ทำให้ผมเชื่อว่าการทำนายหรือคาดการณ์ไวรัสในอนาคต ว่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ คงจะเป็นการใช้องค์ความรู้เดิมจากไวรัสตัวอื่นมาใช้ เมื่อองค์ความรู้ใหม่เกิดขึ้นทุกวันและขัดจากความเชื่อเดิมๆ ว่าไวรัสจะปรับเปลี่ยนไปแบบเดิมที่เชื่อกัน ถ้าเราปรับทันจะช่วยให้ตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ทัน แต่ถ้ายังยึดติดกับอะไรเดิมๆ บางครั้งอาจจะไม่มีประโยชน์ที่จะยอมรับอะไรภายหลัง” ดร.อนันต์ระบุ