สนามข่าว 7 สี

ดวลปืนสนั่นปั๊มน้ำมัน ตำรวจวิสามัญฯ ผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก จ.พระนครศรีอยุธยา

สนามข่าว 7 สี - ตำรวจปิดปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล้อมจับผู้ต้องหาคดีข่มขืนเด็ก แต่ผู้ต้องหาขัดขืน เปิดฉากยิงต่อสู้กว่า 10 นัด สุดท้ายถูกวิสามัญฯ

ตำรวจ สภ.ลาดบัวหลวง รับแจ้งเหตุคนร้ายถูกตำรวจวิสามัญฯ ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง บนถนนสาย 340 ลาดบัวหลวง มุ่งหน้าสุพรรณบุรี จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบบริเวณลานจอดรถภายในปั๊ม มีรถยนต์สีดำ ทะเบียนป้ายแดง กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ ในรถฝั่งคนขับพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 คน นอนคว่ำหน้าอยู่บริเวณเกียร์รถ

ขณะที่ พนักงานภายในปั๊มที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณช่วง 20.30 น. คืนที่ผ่านมา (13 ก.ค.) รถยนต์ของผู้เสียชีวิตขับมาจอดอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำภายในปั๊ม จากนั้นผ่านไปประมาณ 5 นาที ก็มีรถชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี 2 คัน ขับตามเข้ามาจอด โดยไม่ได้พูดอะไร ลงไปเปิดประตูรถผู้เสียชีวิต ก่อนจะมีการยื้อยุดกัน แล้วจู่ ๆ ผู้เสียชีวิตก็ชักปืนออกมาเปิดฉากยิงใส่ตำรวจ 1 นัด ตำรวจจึงยิงต่อสู้ เสียงปืนดังสนั่น กว่าเหตุการณ์จะสงบก็พบว่า ผู้ชายที่อยู่ในรถยนต์สีดำถูกตำรวจวิสามัญฯ ไปแล้ว ยอมรับว่า ตอนที่เกิดเหตุกลัวมาก คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องพากันวิ่งหนีตายไปหาที่ซ่อนตัว เพราะกลัวจะถูกลูกหลง

เบื้องต้น จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ คือ นายสาทิส ปทุมสูติ อายุ 39 ปี เป็นชาวอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี คดีกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยพรากเด็กไปเสียจากบิดามารดา และพาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.สระยายโสม อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

จากนั้นช่วงประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุ โดยมีการกั้นเชือกไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งระหว่างนั้นทางแม่ของผู้เสียชีวิตก็เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุเช่นกัน พร้อมบอกว่า ตนเองทราบข่าวจากหลานชาย ตอนนั้นรู้สึกตกใจมากที่จู่ ๆ ลูกชายก็ถูกตำรวจวิสามัญฯ โดยตนเองก็ยังไม่รู้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างไร เนื่องจากยังไม่ได้มีตำรวจมาพูดคุยด้วย ส่วนลูกชายปกติแล้วไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ หลังจากที่ลูกย้ายออกจากบ้านไปเปิดร้านขายยางเปอร์เซ็นต์ จึงไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ส่วนเรื่องที่ลูกชายโดนหมายจับก็พอจะรู้มาบ้าง รวมถึงเรื่องอาวุธปืนที่ลูกชายมักจะพกติดตัวด้วย แต่เหตุที่เกิดขึ้นขนาดนี้ ตำรวจทำเกินกว่าเหตุไปหรือไม่ 

ขณะเดียวกัน ก็มีผู้เสียหายขับรถยนต์อเนกประสงค์ป้ายแดง เข้ามาโวยวายกับตำรวจหลังถูกลูกหลง กระสุนปืนเจาะเข้าตัวรถ โดยผู้เสียหาย บอกว่า ตนเองพร้อมเพื่อนนั่งมาด้วยกัน 3 คน เพราะกลับจากการทำบุญต่างจังหวัด และกำลังเดินทางกลับจังหวัดนครปฐม เมื่อขับผ่านจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้นบริเวณประตูรถ (เสียงดังมาก) คนในรถก็พากันตกใจ เพราะคิดว่าถูกปล้น จึงพยายามขับรถผ่านไปจุดที่มีแสงสว่าง ก่อนจะลงมาสำรวจ ก็พบว่ารถของตนเองถูกยิง จึงรีบแจ้งตำรวจ จากนั้นก็ขับรถวกมาที่เกิดเหตุ กระทั่งทราบว่า ขณะที่ตนเองขับรถผ่านมีการวิสามัญคนร้ายเกิดขึ้น จนรถของตนเองถูกลูกหลง เคราะห์ดีที่กระสุนไม่ถูกใครได้รับบาดเจ็บอีก ตอนนี้ต้องการเรียกร้องให้ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับตนเอง เพราะรถก็เพิ่งออกใหม่ แถมแค่ขับผ่านยังมาถูกลูกหลงแบบนี้อีก ตอนนี้จึงต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานผ่ากระสุนออกมาดูว่าเป็นกระสุนฝั่งผู้เสียชีวิต หรือตำรวจ ก่อนจะเรียกร้องค่าเสียหายตามขั้นตอนต่อไป และเหตุที่เกิดขึ้นส่วนตัวมองว่า แค่ผู้ต้องหาคดีข่มขืนคนเดียวตำรวจถึงขั้นวิสามัญฯ ยิงกว่า 30 นัด แถมยังอยู่ในปั๊มน้ำมัน ในแหล่งชุมชน หากเป็นชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาถูกลูกหลงเข้า อาจจะเกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้นหรือไม่