เช้านี้ที่หมอชิต

ผู้ค้าสลากฯ รายย่อย ยังไม่ยุติชุมนุมหน้าทำเนียบฯ

เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวานนี้เราส่งคุณเต้ วิทวัส ปาลอินทร์ ไปตีตรงจุดกับความทุกข์ของผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อย ที่เข้าไม่ถึงโควตา ถูกยี่ปั๊วเอาเปรียบต้องซื้อในราคาแพง จนไม่สามารถจำหน่ายที่ฉบับละ 80 บาทได้ ต้องรวมตัวร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาล ปักหลักพักค้างมาตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม และยังไม่ไปไหน เพราะข้อเรียกร้องยังไม่บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการให้ปลดผู้บริหารและบอร์ดสำนักงานสลากฯ และคำสัญญาเรื่องของโควตา

ผู้ค้าสลากฯ รายย่อย ยังไม่ยุติชุมนุมหน้าทำเนียบฯ
โดยรัฐบาลส่ง นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการแก้ปัญหาสลากเกินราคาไปรับหนังสือ และพูดคุยกับผู้ชุมนุม แต่ดูเหมือนยังจูนไม่ตรงกัน เพราะขณะที่ นายอนุชายืนยันทำราคาสลากฯให้ได้ที่ 80 บาท ฝั่งผู้ชุมนุมก็ยืนกรานสิ่งที่ต้องได้คือโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล

จนถึงขณะนี้ กลุ่มผู้ค้าสลากฯรายย่อย ยังไม่ยุติการชุมนุม เพราะไม่พอใจกับคำตอบของนายอนุชา จึงประกาศปักหลักต่อจนกว่าจะได้ตามข้อเรียกร้อง โดยตั้งเต็นท์ค้างคืนริมถนนพิษณุโลก สลับการปราศรัยบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ท่ามกลางกำลังตำรวจดูแลความเรียบร้อย แผงเหล็กวางกั้น และรถฉีดนำ้แรงดันสูง เพื่อป้องกันผู้ชุมนุมไม่ให้เคลื่อนไปถึงหน้าทำเนียบฯ พร้อมกับจัดระเบียบจราจรให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ

ส่วนท่าทีของผู้ชุมนุมล่าสุดเมื่อช่วงดึกได้หารือกันแล้วประกาศเช้าวันนี้จะยกระดับการชุมนุม เริ่มจากการทวงถามความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล หากไม่มีคำตอบจะยกขบวนไปที่อาคารรัฐสภา เพื่อทวงถามกับนายกรัฐมนตรีช่วงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยย้ำว่าหากไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าจะได้โควตาให้กับผู้ค้าตัวจริงเมื่อไหร่ จะไม่เดินทางกลับ

แรงงานบุกทำเนียบฯ เทยาดอง ประจานรัฐบาลดองปรับค่าแรง
อีกหนึ่งความทุกข์ที่มีการบุกไปถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล คือ ความทุกข์ของกลุ่มเครือข่ายแรงงาน 8 องค์กร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านผู้แทนสำนักงานประกันสังคม และกระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้กำหนดวันเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการประกันสังคมและปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ตามที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงไว้

พร้อมนำโหลยาดองมาเท เพื่อสื่อถึงความล่าช้า หรือดองเรื่องของกระทรวงแรงงาน ส่วนการล้อมวงนั่งกินข้าวเปล่ากับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หวังสะท้อนความยากลำบากของผู้ใช้แรงงาน ในยุคที่ค่าครองชีพสูงข้าวของแพง แต่ค่าแรงยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็น