ข่าวออนไลน์7HD

หนุ่มกระบะ ไหว้ขอโทษ! หลังกร่างใส่กู้ภัย แถมยังท้าต่อย

หนุ่มกระบะ ไหว้ขอโทษ! หลังกร่างใส่กู้ภัย แถมยังท้าต่อย
จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุดหนองแค จ.สระบุรี ถูกชายเมากร่าง ผลักอก ท้าชก หลังข้าตรวจสอบอุบัติเหตุชนท้ายกันบริเวณหน้านิคมอุสาหกรรม หนองแค จนมีผู้เข้ามาวิภาควิจารย์ชายเมากร่างถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (19 ก.ค. 65) ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ ย้อยหินกอง ได้แจ้งให้นายวิรุณ อายุ 29 ปี เจ้าของรถกระบะ คันที่ชนท้ายรถกระบะสีดำ ของนายวีระพงษ์ อายุ 29 ปี (ชายที่เมากร่างผลักอก ท้าชกกู้ภัย) มาพบ เพื่อสอบสวนเหตุการณ์อุบัติเหตุดังกล่าว โดย นายวีระพงษ์ ให้การกับพนักงานสอบสวน ยอมรับว่านายโหน่ง เพื่อนรุ่นพี่ เป็นคนขับในคืนเกิดเหตุ 

ด้านนายวิรุณ คนขับรถกระบะ คู่กรณี เล่าเหตุการณ์ สวนทางกันกับนายวีระพงษ์ ในคืนเกิดเหตุ โดยเผยว่า รถกระบะของนายวีระพงษ์ ซึ่งอ้างว่า นายโหน่ง เป็นคนขับนั้น ขณะเกิดเหตุ ตนเองเห็นว่า ชายรูปร่างผอม มีอาการเมา เป็นคนขับ แต่มีการสับเปลี่ยนให้เพื่อนที่ มาด้วยกัน 3 คน ในตอนแรก มาเป็นผู้ขับ ก่อนที่นายวีระพงษ์ จะไปด่าทอนายอธิภัทร อายุ 26 ปี อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง  ตามคลิปที่ปรากฏในสื่ออนไลน์

โดยนายวิรุณ ยืนยันว่า ขณะนั้น ตนเองวิ่งมาด้านซ้าย แต่กระบะของนายวีระพงษ์ จอดเลยทางเข้านิคมอุสาหกรรม จุดที่ชนไปเล็กน้อย ซึ่งขณะนั้น ตนเองเห็นว่า รถกระบะนายวีระพงษ์ ขับถอยหลังมา ตนเองพยายามส่งสัญญาณเสียงแล้ว แต่ไม่ทัน จึงมีการชนกันดังกล่าว จากนั้น นายวีระพงษ์ ซึ่งมีอาการเมา ลงมาจากรถเพื่อเจรจากับตนเอง จนกระทั่งมีรถของมูลนิธิฯ เข้ามาในจุดเกิดเหตุ และเป็นไปตามคลิป  ซึ่งทางตำรวจ ต้องแยกออกเป็น 2 คดี คือ คดีอุบัติเหตุ และคดีข่มขู่หวังจะก่อเหตุทำร้ายร่างกาย  โดยทางตำรวจ ได้เรียกให้ นาย อธิภัทร อาสาสมัครฯ คนดังกล่าว เข้าพบ เพื่อไกล่เกลี่ย เจรจาทางคดี ซึ่งเป็นคดีที่ยอมความกันได้กับนายวีระพงษ์

ต่อมา นายวีระพงษ์ ยอมเปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุ ได้ผลักอกท้าชกจริง ขณะนั้นตนเองนั่งรอประกัน แต่เมื่อมีกู้ภัยเข้ามาตรวจสอบอุบัติเหตุ ซึ่งตนเองอธิบายให้กู้ภัยฟังว่า ไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่มูลนิธิฯ ใช้ถ้อยคำไม่เข้าหูตนเอง ประกอบกับตนเองมีอาการเมาสุรา จึงไม่พอใจ และก็เป็นไปตามคลิป

นายวีระพงษ์ ยังเปิดเผยต่ออีกว่า ขณะนี้ ตนเองรู้สึกผิด หลังจากสร่างเมาและอยากจะขอโทษอาสาฯ คนดังกล่าว ที่ตนเองมีพฤติกรรมกร่างแบบนั้น โดยทางตำรวจได้เรียกตัวนายวีระพงษ์ ไปสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงกรณี ที่ตนเองแจ้งกับตำรวจในตอนแรกว่า ตนเองไม่ได้เป็นคนขับ ซึ่งทางตำรวจ ได้ตรวจร่างกายและตรวจสอบแอลกอฮอล์นายวีระพงษ์ แล้ว พบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่นายวีระพงษ์ แจ้งว่า ไม่ได้เป็นคนขับ ซึ่งทางตำรวจจะตรวจสอบอย่างละเอีดในภายหลัง เนื่องจากคู่กรณีคือนายวิรุณ แจ้งว่า นายวีระพงษ์ ที่เมาสุราเป็นคนขับ ซึ่งคำให้การขัดแย้งกัน

ส่วนการที่นาย วีระพงษ์ ด่าทอและผลักอก พร้อมทั้งท้าชกเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ นั้น  ทางตำรวจได้เรียนนายอธิภัทร คู่กรณี มาเจรจาไก่เกลี่ยกัน โดยนายวีระพงษ์ ยอมรับว่า ตนเองเข้าใจผิดคิดว่า นายอธิภัทร เป็นพวกเดียวกันกับนายวิรุณ รถกระบะคู่กรณี เนื่องจากขณะนั้น นายอธิภัทร ไม่สวมชุดมูลนิธิฯ ทำให้ตนเองเข้าใจผิด

อีกทั้ง ขณะนั้น ตนเองยอมรับว่าเมา จึงกร่างแสดงพฤติกรรม ออกไปตามคลิป ซึ่งขณะนี้ ได้สำนึกผิดและไหว้ข้อโทษนายอธิภัทร ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งจับมือกัน เพื่อเป็นข้อตกลงว่าจะไม่ติดใจในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งนายอธิภัทร เผยว่า ตอนนี้ตนเองไม่ติดใจแล้วและรู้สึกดีที่นายวีระพงษ์ เข้าใจในการปฎิบัติหน้าที่ ส่วนนายวีระพงษ์ ก็เปิดใจพร้อมยอมรับว่าตนเองก็ไม่สมควรแสดงพฤติกรรมเช่นนั้น และต่อไปนี้จะเลิกกินเหล้าเด็ดขาด