ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : วราวุธ ยันเหมืองแร่ควอตซ์สุพรรณบุรี ต้องฟังเสียงชาวบ้าน

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 ติดตามความคืบหน้าการยื่นขอประทานบัตรเหมืองแร่ควอตซ์ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ล่าสุดยังไม่จบ ถูกหยิบยกขึ้นมารอทำประชามติ ติดตามกับคุณธนพัต กิตติบดีสกุล

ตัวแทนชาวบ้านวังโหรา ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ขอให้ตรวจสอบ และยับยั้งการอนุญาตเอกชนยื่นขอประทานบัตรเหมืองแร่ควอตซ์ ในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากที่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี มีหนังสือเชิญจัดประชุมคณะกรรมการจัดทำประชามติ สำหรับคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ควอตซ์ เนื้อที่ 193 ไร่เศษ โดย กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ให้ความเห็นว่า กรณีที่ชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับการทำเหมือง ไม่สามารถวินิจฉัยให้ยุติได้ จึงให้เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี จัดทำประชามติ ซึ่งได้มีการประชุมคณะกรรมการฯ ล่าสุดไปเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2565

ชาวบ้าน ระบุว่า พื้นที่ขอประทานบัตรเหมืองแร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าต้นน้ำโซน B มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมตลอดทั้งปี มีน้ำตก และสัตว์หายากหลายชนิดอาศัยอยู่ ที่สำคัญเป็นป่าต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำลำตะเพิน แหล่งอาหารของชาวบ้าน

ป่าชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันปกป้อง ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศเมื่อปีที่ผ่านมา และปัจจุบันชุมชนบ้านวังโหรา กำลังเนื้อหอม มีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนจำนวนมาก จนเกิดเป็น "บ้านวังโหรา ชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์" จึงฝากถึงภาครัฐว่าผลประโยชน์ที่ได้คุ้มค่ากับการสูญเสียป่าแห่งนี้หรือไม่

เรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำว่า หากชาวบ้านในพื้นที่ไม่เห็นด้วย โครงการนี้คงเดินหน้าต่อไม่ได้

ประเด็นนี้ คอลัมน์หมายเลข 7 ร่วมต่อสู้กับชาวบ้าน มาตั้งแต่เริ่มโครงการในระยะแรก และเหมือนโครงการจะถูกกรมป่าไม้ตีตก ส่งเรื่องกลับคืนจังหวัดไป แต่ตามกฎหมายของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เมื่อจังหวัดเสนอผลการรับฟังความคิดเห็นมา กฎหมายได้บัญญัติไว้ว่าจะต้องทำประชามติให้ครบถ้วน ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวลใจ เพราะเท่ากับว่าอยู่บนความไม่แน่นอน แม้การทำโครงการเหมืองแร่จะต้องผ่านการทำประชามติ แต่ก็หมายถึงว่าชาวบ้านจะต้องตื่นตัว พร้อมต่อสู้ตลอดเวลา