ข่าวออนไลน์7HD

แม่ค้าขายข้าวแกงกับลูกสาววัย 8 ขวบ เข้าบ้านไม่ได้ นั่งตากยุงนอกบ้าน ถูกแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหดร้อยละ 60 ต่อเดือน หยอดกาวล็อกกุญแจซ้ำ หลังติดโควิดรักษาตัว หยุดขายของ 10 วัน ไม่มีเงินจ่ายดอก

แม่ค้าขายข้าวแกงกับลูกสาววัย 8 ขวบ เข้าบ้านไม่ได้ นั่งตากยุงนอกบ้าน ถูกแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหดร้อยละ 60 ต่อเดือน หยอดกาวล็อกกุญแจซ้ำ หลังติดโควิดรักษาตัว หยุดขายของ 10 วัน ไม่มีเงินจ่ายดอก
วันนี้ (29 ก.ค. 65) เมื่อเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก น.ส.จิราภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี แม่ค้าตลาดแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตสายไหม กทม. พร้อมกับลูกสาววัย 8 ขวบ หลังถูกเซลล์ปล่อยเงินกู้ดอกโหดร้อยละ 60 ต่อเดือน บุกบ้านเอากาวตราช้างหยอดรูกุญแจ และนำแม่กุญแจมาล็อกซ้ำ ทำให้ไม่สามารถเข้าบ้านได้ พร้อมเขียนป้ายทวงเงินติดไว้ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน

น.ส.จิราภรณ์  กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนอยู่กับสามีที่ต่างจังหวัด ไม่เคยมีหนี้สินใดๆ ต่อมาจับได้ว่าสามีไปมีผู้หญิงอื่น ตนจึงได้ขอหย่า และพี่สาวได้ชวนให้มาขายของด้วยกันที่กรุงเทพฯเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตนจึงพาลูกสาวขึ้นมาอยู่ด้วย โดยพี่สาวเปิดร้านขายข้าวแกงอยู่ที่สายไหม ต่อมาเมื่อเดือน พ.ค. 65 พี่สาวเกิดล้มป่วย ทำงานไม่ไหว ตนจึงต้องมาขายข้าวแกงเพียงลำพัง และช่วยพี่สาวผ่อนหนี้รายวันไปด้วยจนหมดไปแล้วหลายเจ้า จากยอดหนี้ 5 หมื่นกว่าบาท ตอนนี้เหลือเพียง 2 หมื่นกว่าบาท

ต่อมาเมื่อกลางเดือน ก.ค. 65 ตนติดโควิด ทำให้ต้องหยุดขายของไป 10 วัน จึงแจ้งกับเซลล์ว่าขอเลื่อนไปก่อน 10 วัน เนื่องจากติดโควิด โดยเซลล์รายวันดอกร้อยละ 30 ต่อเดือน ยอมเลื่อนให้ มีเพียงเซลล์ดอกลอย ร้อยละ 60ต่อเดือน เพียงเจ้าเดียวเท่านั้นที่ไม่ยอม บังคับข่มขู่ให้ต้องไปหาหยิบยืมเงินจากเซลล์เจ้าอื่นมาจ่ายให้ได้ หากไม่ได้ก็ข่มขู่จะมาทำร้าย เวลาโทรมาก็จะข่มขู่ว่าจะบุกเข้ามาที่บ้าน ตนและลูกหวาดกลัวมาก แต่ก็ไม่ต้องการไปกู้เงินจากเซลล์เจ้าอื่นมาจ่าย เพราะจะเป็นงูกินหางไม่มีวันจบสิ้น จึงทำให้เซลล์โกรธมาก โทรมาตามทวงเงินตามด่าทุกวัน 

วันนี้หลังหายจากโควิด จึงรีบกลับไปเปิดร้านขายของเพื่อนำเงินมาส่งเซลล์ให้หมด โดยก่อนติดโควิด ทุกวันตนจะตื่นตี 4 เพื่อออกไปขายกับข้าวตอนตี 5 ถึง 9 โมงเช้า จากนั้นจะเข้าบ้านมาทำกับข้าวเป็นอาหารตามสั่ง ส่งในแอปพลิเคชันต่างๆ โดยมีไรเดอร์มารับอาหารไปส่ง พอช่วงเย็นตนจะออกไปขายอาหารที่ตลาดนัด อีกครั้งจนถึงเที่ยงคืน พอขายเสร็จก็จะไปตลาดสดเพื่อซื้อของมาเตรียมทำกับข้าวขายต่อในตอนเช้า ตนทำแบบนี้ทุกวันเพื่อหวังจะปลดหนี้สิน

ล่าสุดเมื่อตอนตี 1 หลังจากตนไปซื้อของที่ตลาดสด กลับมาถึงบ้านพร้อมกับลูกสาว พบว่ากุญแจถูกเซลล์นำกาวมาหยอด ไม่สามาถเข้าบ้านได้ ซ้ำยังเขียนป้ายทวงเงินมาติดประจานหน้าบ้าน ตนเดินไปเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยก็ไม่มีใครตื่น เพราะดึกมาแล้ว จึงนั่งรอที่หน้าบ้านโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนนานกว่า 3 ชั่วโมง จนยุงกัดลูกเต็มไปหมด ตนรู้สึกสงสารลูกมากที่ต้องมาลำบากแบบนี้ จึงตัดสินใจพาลูกไปแจ้งความที่ สน.สายไหม ตั้งใจว่าจะให้ลูกนอนรอบนโรงพักด้วย แต่พอไปถึง สน.สายไหม ตนกลัวว่าแจ้งแล้วหากเซลล์รู้อาจจะมาฆ่าตนกับลูก จึงไม่กล้าขึ้นไปแจ้งความ  และนึกถึงเพจสายไหมต้องรอด เห็นว่าคอยช่วยเหลือคนที่กำลังลำบาก จึงตัดสินใจโทรไปขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ ดังกล่าว โดยนายเอกภพ แจ้งว่าให้กลับมารอที่บ้าน พอผ่านไปประมาณ 10 นาที เจ้าหน้าที่เพจสายไหมต้องรอดก็มาพร้อมนำอุปกรณ์มาตัดแม่กุญแจ จนสามารถเข้าไปภายในบ้านได้ ซึ่งนายเอกภพแนะนำให้พาลูกเข้าไปนอนพักผ่อนก่อนเพราะดึกมากแล้ว ส่วนเรื่องแจ้งความจะช่วยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้อีกครั้ง

ด้านนายเอกภพ กล่าวว่า เซลล์ปล่อยเงินกู้ที่มีพฤติกรรมแบบนี้ถือเป็นภัยสังคม ปกติทาง สน.สายไหม มีนโยบายกวาดล้างพวกแก๊งเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหดอยู่แล้ว รายนี้อาจจะเป็นเซลล์มาจากต่างถิ่น  เดี๋ยวบ่ายวันนี้ตนจะประสานไปยัง พ.ต.อ.อำนาจ กาหลง  ผกก.สน.สายไหม เพื่อพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเซลล์ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดรายดังกล่าวให้ถึงที่สุด เนื่องจากเป็นพฤติกรรมบ้านป่าเมืองเถื่อน ยืนยันเป็นหนี้ต้องใช้หนี้ แต่ถ้าเจ้าหนี้มีพฤติกรรมไม่ดี ก็ต้องจัดการไปตามกฎหมาย เพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน