สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

รายงานพิเศษ : จับอดีตทหารเช่ารถหรู ขายเต็นท์รถมือสอง

สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - เมื่อเดือนพฤษภาคม มีเหตุการณ์ที่พ่อบุกเข้าไปชิงตัวลูกชายที่ถูกลงโทษวินัยอยู่ในค่ายทหารหลบหนี ก่อนที่ต่อมาตัวลูกชายจะไปก่อคดีใหม่ ด้วยการหลอกเช่ารถราคาแพงจากบริษัทเช่ารถ ใช้เอกสารปลอมไปขายต่อตามเต๊นท์รถมือสอง และยังมีคดีอื่นติดตัวอีก 3 หมายจับ สุดท้ายไปไม่รอดถูกตำรวจกองปราบฯ จับกุมตัวได้ ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณอภิเอก บัลลังก์โพธิ์

เมื่อเดือนพฤษภาคม เพิ่งมีข่าวว่า นายเจษฎา หรือ นายกฤชนนท์ อายุ 26 ปี อดีตทหารยศสิบเอก ถูกบิดายศร้อยเอกช่วยพาแหกค่ายทหารในจังหวัดสมุทรสาคร จากการถูกทำโทษคดีฉ้อโกงเงินสวัสดิการสหกรณ์ ด้วยการขัง 30 วัน พร้อมปลดออกจากราชการ

เวลาผ่านไปเพียงเดือนเดียว มีผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของเต็นท์รถ และบริษัทเช่ารถ เข้าแจ้งความว่า ถูกนายเจษฎา คนเดียวกันนี้ ไปติดต่ออ้างว่า มาขอเช่ารถให้ผู้บังคับบัญชาใช้งาน แต่หลังจากเช่ารถไปแล้วก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมนำรถไปคืน ก่อนจะพบว่ารถที่เช่าไปนั้น ถูกนำไปขายต่อ หรือไปจำนำไว้กับเต็นท์รถต่าง ๆ โดยมีการใช้เอกสารปลอม ตัดต่อภาพของผู้ต้องหากับบัตรประชาชนผู้เสียหายในการทำธุรกรรม เบื้องต้นความเสียหายเป็นรถราคาแพง 12 คัน มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 76 ล้านบาท

คดีนี้ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ออกสืบสวนจนพบเบาะแสคนร้ายกบดานตัวอยู่ที่คอนโดมีเนียม ในพื้นที่ย่านพัฒนาการ กรุงเทพฯ จึงนำหมายศาลไปจับกุมตัวได้ ก่อนพาตัวไปสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงว่า ตำรวจตามอายัดรถของกลางคืนมาได้ 9 คันแล้ว เชื่อว่าบางส่วนถูกนำไปขายในตลาดมืด ราคาคันละไม่ต่ำกว่า 3-5 ล้านบาท ขณะที่การตรวจสอบเงินหมุนเวียนในบัญชี พบว่ามีเงินหมุนเวียนมากถึง 260 ล้านบาท แต่ปัจจุบันไม่มีเงินคงเหลืออยู่ในบัญชีแล้ว เนื่องจากผู้ต้องหาอ้างว่า ได้นำไปใช้จ่ายส่วนตัว และบางส่วนนำไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับกลุ่มทุน

ส่วนการตรวจสอบประวัติ พบว่าผู้ต้องหามีหมายจับของศาลทหารกรุงเทพฯ จากคดีที่มีผู้เสียหายซึ่งเป็นเพื่อนทหารกว่า 20 คน เข้าแจ้งความว่าถูกผู้ต้องหาหลอกชวนนำเงินไปลงทุนหุ้นกู้ โดยมีการอ้างชื่อของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนจะมาพบภายหลังว่าไม่เป็นความจริง รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีหมายจับคดีร่วมกันลักทรัพย์เวลากลางคืน ของศาลอาญาพระโขนง และคดีฉ้อโกงของศาลแขวงเชียงใหม่ด้วย ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะดำเนินคดีทั้งหมด และขยายผลตรวจสอบหาผู้ที่อาจมีส่วนร่วมกระทำผิด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป