ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : จากศึกซักฟอก สู่การตรวจสอบของ ป.ป.ช.

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ เกาะติดผลพวงจากศึกซักฟอก ล่าสุด มีสองรัฐมนตรี ได้รับเกียรติเป็นคิวแรก ที่ฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. เอาผิดตามมาตรา 157 คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เรียกว่า โดนยกกระทรวง จากปมประมูลท่อส่งน้ำอีอีซี รายละเอียดเป็นอย่างไร ติดตามกับคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

เป็นไฮไลต์คำอภิปรายและคำชี้แจงว่าด้วยเรื่องการประมูลท่อส่งน้ำอีอีซี ที่จบในสภา แต่นอกสภายังไม่ยุติ โดยวันนี้ มีการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. เอาผิดมาตรา 157 ทั้งกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบอย่างร้ายแรง และมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือ พ.ร.บ. ฮั้ว เนื่องจากไม่เปิดให้เกิดการแข่งขันโครงการท่อส่งน้ำอีอีซีอย่างเป็นธรรม

สำหรับเส้นทางการประมูลท่อส่งน้ำอีอีซี เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 คัดเลือกบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ดำเนินการเป็นเวลา 30 ปี วงเงิน 25,000 ล้านบาท มีแผนลงนามในสัญญาวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 แต่ต้องเลื่อนออกไป เพราะมีข้อร้องเรียนจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน และ นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล สส. กลุ่ม 16 ที่ออกมาคัดค้านอย่างหนักในขณะนั้น ก่อนที่จะเปลี่ยนใจยกมือโหวตให้ นายสันติ ตามความต้องการของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดย กรมธนารักษ์ เตรียมเดินหน้าเซ็นสัญญากับผู้ชนะประมูลในวันที่ 3 สิงหาคม 2565

นอกจากเดินหน้าเซ็นสัญญาแล้ว ยังมีการไล่เช็กบิลตรวจสอบบริษัทอีสท์วอเตอร์ คู่สัญญาเดิม ปมอาจมีการเลี่ยงภาษี และลักลอบเชื่อมท่อส่งน้ำอีอีซีด้วย สุดท้ายไม่ว่าใครจะถูกตรวจสอบ บทสรุปต้องตั้งอยู่บนประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน