ประเด็นเด็ด 7 สี

รายงานพิเศษ : แม่ร้องสื่อ-ทนาย ลูกถูกชนหวิดเป็นเจ้าชายนิทรา

ประเด็นเด็ด 7 สี - ครอบครัวผู้เสียหาย หอบหลักฐานร้องสื่อ และทนายเดชา หลังลูกชายถูกรถชนสลบไป 17 วัน หมอบอกเสี่ยงสูงที่จะเป็นเจ้าชายนิทรา แต่สุดท้ายอาการดีขึ้น ขณะครอบครัวเรียกค่าเสียหาย 700,000 บาท แต่คู่กรณีอ้างไม่มี ไม่หนี และไม่ไม่มีจ่าย ติดตามจากรายงานของคุณวิทวัท ปาลอินทร์

ภาพอุบัติเหตุวันที่ 30 พฤษภาคม ช่วง 21.30 น. บริเวณถนนเทียนทะเล หน้าศาลเจ้าแม่กวนอิม แขวงแสมดำ ยังฝังใจครอบครัวเยาวชนชาย อายุ 17 ปี เพราะภาพรถกระบะเบี่ยงเข้ามาทางซ้ายมือ แล้วมาเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของลูกชายจนเกิดประกายไฟ ทำให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนหวิดเป็นเจ้าชายนิทรา ต้องผ่าสมอง อาการเป็นตายเท่ากัน

พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ปล่อยตัวคนขับรถ อายุ 46 ปีไป เพราะไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี แต่ยังคงปฏิเสธว่าเป็นคนชนเยาวชนรายนี้ ทำให้ต้องมีการนำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถของชายคนนี้ และพบหลักฐานสำคัญบริเวณขอบกระทะล้อหน้าด้านซ้าย ทำให้ชายคนนี้ยอมรับสารภาพ เพราะจำนนด้วยหลักฐาน แต่ระหว่างนั้นผู้เสียหายก็นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว

อาการของเยาวชนไม่สู้ดี สลบไป 17 วัน มีบาดแผลฟกช้ำทั่วร่างกาย ตั้งแต่ด้านบนกระโหลกซีกขวา มีเลือดออกนอกชั้นเยื่อหุ้มสมอง สมองบวมฟกช้ำ กระดูกหู กระดูกเบ้าตาซ้าย โพรงกระดูกแก้ม และกระดูกขากรรไกรล่างซ้ายหัก ต้องผ่าเปิดกะโหลกศีรษะใส่โลหะยึดกระดูกใบหน้า ขากรรไกร กระดูกซี่โครงหัก มีเลือดออกในช่องอกซ้าย กระดูกแขนขวาหัก ใส่ท่อระบายเลือดไว้ที่ช่องอกทั้ง 2 ข้าง รวมค่าใช้จ่ายกว่า 800,000 บาท แต่มีประกันสังคม และ UCEP สิทธิรักษาฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง

ข้อมูลจากครอบครัวผู้เสียหาย ระบุว่า มีการพยายามพูดคุยกับแฟนคู่กรณีถึง 3 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะตัวเลข 700,000 บาทสูงเกินไป ซึ่งครอบครัวประเมินจากสภาพลูกชายที่อาจกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะผ่าตัดเปิดกระโหลก และคนเป็นพ่อแม่ ต้องหยุดงานมาดูแลกายภาพลูกชายขาดรายได้ แต่คู่กรณีอ้างว่า ไม่มี ไม่หนี แต่ก็ไม่มีจ่าย

มุมของทนายชี้ชัดว่า กรณีนี้คนก่อเหตุผิดชัดเจน เพราะเบี่ยงรถมาตัดหน้าเยาวชน แต่ประเด็นที่ตัวเองสงสัยคือการอ้างว่า ไม่มีเงิน แต่มีรถกระบะขับ และที่สำคัญ ควรมีความเป็นคนอยู่บ้าง ไม่ใช่อ้างว่า ไม่มี เพราะไม่เช่นนั้นก็ควรรับโทษไปตามกฎหมาย

ขณะมุมคดีก็มีความน่าสงสัย เพราะตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงเวลานี้ที่เยาวชนหายดี สามารถพูดคุยรู้เรื่อง ยังไม่มีตำรวจสอบปากคำแม้แต่คนเดียว และคนที่ก่อเหตุก็ยังไม่ชัดว่าถูกดำเนินการอะไรบ้างทางกฎหมาย

ด้าน ตำรวจ สน.ท่าข้าม ชี้แจงว่า ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนประเด็นที่ไม่มีการเรียกสอบปาก เพราะพนักงานสอบสวนติดโควิด-19 และผู้บาดเจ็บเป็นเยาวชน ต้องใช้กระบวนการสหวิชาชีพ แต่หลังจากนี้จะเป็นคนกลางให้ผู้ต้องหาและผู้เสียหายมาพูดคุยกัน แต่ในแง่คดีอาญาก็จะดำเนินการหลังได้สอบปากคำเยาวชน