ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : จากเหยื่อสู่อาชญากรตบทรัพย์ อ้างผู้ใหญ่วิ่งเต้นคดี

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ ตำรวจพบพฤติกรรมของเหยื่อแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ในพื้นที่จังหวัดเลย ผันตัวไปเป็นนายหน้า อ้างรับวิ่งเต้นคดีเงินกู้ดอกเบี้ยโหด เรียกเงินค่าดำเนินการกว่า 1 ล้านบาท เส้นทางของเหยื่อสู่อาชญากรรายนี้เป็นอย่างไร ติดตามจาก คุณมะลิ แซ่ฉิ่น

ปี 2562 รัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหาความยากจน โดยเดินหน้าปราบปรามแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด นำไปสู่การดำเนินคดีกับนายทุนและนายหน้าจำนวนมาก ที่ปฏิเสธการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยมูลนี้ เพื่อคิดดอกเบี้ยตามที่กฏหมายกำหนด

หญิงรายนี้ ชื่อว่า สุภัทรา เธอเป็นหนึ่งในเหยื่อที่เคยจะถูกยึดบ้านและที่ดิน แต่ได้รับการช่วยเหลือ เจ้าหนี้ยอมเจรจา ทำให้สุดท้ายเธอได้กลับมาเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินของตัวเองอีกครั้ง ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่าที่ดินของตัวเอง และเธอได้เป็นตัวแทนชาวบ้าน กล่าวขอบคุณหน่วยงานราชการ  กระทบไหล่คนดัง ทั้ง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี} พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ซึ่งตอนนั้นเป็นรองหัวหน้าศูนย์ปราบปรามแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด จนมีภาพถ่ายปรากฏเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

จากวันนั้น สุภัทรา ได้เปลี่ยนสถานะจากเหยื่อเป็นตัวกลางหาข้อมูลจากชาวบ้าน ส่งให้ตำรวจดำเนินคดีกับเจ้าหนี้รายอื่น ๆ และบทบาทนี้ ทำให้เธอได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคณะทำงานมากขึ้น ก่อนที่ต่อมาจะปรากฎข้อมูลว่า เธอผันตัวไปเป็นนายหน้า แอบอ้างเรียกรับเงินค่าวิ่งเต้นคดี หลังคณะทำงานชุดนี้ยุติภารกิจ

คุณป้ารายนี้ เป็น 1 ใน 2 เหยื่อ ที่ออกมาเปิดเผย ว่าถูก สุภัทรา เรียกรับเงินค่าดำเนินการมากถึง 1,300,000 บาท โดยโอนไปให้ครั้งละ 200,000-300,000 บาท

ที่สุดคลิปนี้ถูกส่งถึงมือคณะทำงานของผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ และจับกุมตัวได้ที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี หลังเธอพยายามหลบหนีเหยื่อที่ตามทวงเงินคืน ไปอาศัยบ้านเช่าอยู่

ค้นสอบเบื้องต้น สุภัทรา ยังให้การภาคเสธ แต่หลักฐานที่มีตำรวจ ยึนยันว่ามัดตัวได้ โดยเฉพาะเส้นเงินที่ชี้ชัด ถูกโอนเข้าบัญชีสุภัทราโดยตรง

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ให้สัมภาษณ์ บอกว่า กรณีแอบอ้างเรียกรับเงินค่าวิ่งเต้นคดีที่เกิดขึ้น ไม่ใช่คดีแรก และยืนยันไม่มีนโยบายรับเคลียร์คดีใคร

เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญ ที่เหยื่อทุกคนต้องตระหนัก การแอบอ้างเคลียร์คดี ที่มีค่าดำเนินการสูง ๆ ไม่เพียงคดีไม่จบ ยังเสี่ยงเสียเงินเปล่า อย่าได้หลงเชื่อแค่ภาพถ่ายคู่คนดัง เพราะทั้งหมดไม่สามารถการันตี การแก้ปัญหาได้