เช้านี้ที่หมอชิต

พ่อคาใจ ตร.แถลงลูกโอนเงิน 1.2 ล้านบาท ซื้อเกมเอง จ.นครศรีธรรมราช

เช้านี้ที่หมอชิต - พ่อเด็ก 10 ขวบ เหยื่อถูกลวงให้โอนเงินออนไลน์ คาใจตำรวจ โยนบาปเด็กซื้อไอเท็มเกมเอง แฉขั้นตอนล่อลวงเด็ก ขอบัตรประชาชน-รูปพ่อ ก่อนถูกดูดเงิน เตรียมไปร้องขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ

กรณี นายณรงค์ฤทธิ์ คงทอง อายุ 49 ปี ชาวอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นักธุรกิจค้าปุ๋ย เคมีภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการเกษตร ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อว่า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเอาข้อมูลส่วนตัวจากลูกชายอายุ 10 ขวบ ก่อนเข้ามาโอนเงินในบัญชีออกไปถึง 65 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 7-25 กรกฎาคม 2565 วงเงินรวมสูงถึง 1,206,000 บาท

ต่อมา ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 ได้เปิดเผยข้อมูลอีกด้านว่า การทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมโดยเจ้าของบัญชีเอง ซึ่งลูกชายอาจเป็นผู้ดำเนินการเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นำโทรศัพท์ไปใช้ในการสมัครเล่นเกมออนไลน์ และซื้อ Item เกม เป็นการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

คืบหน้าในเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวได้คุยกับลูกของผู้เสียหาย เล่าถึงพฤติการณ์คนร้ายที่ใช้ล่อลวงว่า ได้คุยกันทางออนไลน์ ตอนแรกตนเองจะเอาโทรศัพท์ไปให้พ่อ แต่คนร้ายบอกว่าไม่ต้องเอาให้ แต่ขอเบอร์ และขอเลขบัตรประชาชนของพ่อ และคลิปวิดีโอหน้าพ่อ หลังจากนั้นได้เสนอให้รหัสเกม ให้ตัวละคร และให้สมัครแอปพลิเคชันโอนเงินเจ้าหนึ่ง โดยคนร้ายบอกให้ใส่รหัสโอทีพีที่ให้มา จากนั้นก็ให้รหัสเกม และแนบลิงก์ ซึ่งเด็กชายได้กดเข้าไปตามลิงก์เพราะเข้าใจว่าเป็นลิงก์เข้าเล่นเกม ส่วนเงินที่ออกไปนั้นทราบตอนที่พ่อเอาสมุดบัญชีไปธนาคารแล้ว บอกว่ามีเงินหายไป

ขณะที่ นายณรงค์ฤทธิ์ ยังตกใจและงงกับการแถลงของตำรวจไซเบอร์ ที่กลายเป็นว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเด็กรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยที่ตำรวจไม่ได้พูดถึงพฤติการณ์ของคนร้าย ว่าล่อลวงเอาบัตรประชาชนของพ่อ และล่อลวงไม่ให้บอกพ่อ ทำให้รู้สึกเหมือนว่าตำรวจมองเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องไม่จริง

นายณรงค์ฤทธิ์ ยืนยันว่า ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลย และปกติแล้วลูกชายเล่นเกมออนไลน์ ก็จ่ายแค่เดือนละพันกว่าบาท และการทำธุรกรรมทุกครั้ง ตนจะไปทำด้วยตัวเองที่ธนาคาร และมีหลักฐานทุกครั้ง ซึ่งปกติหากมีเงินเข้าออกจะมีข้อความแจ้งเตือนมาที่มือถือ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่มีการแจ้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งน่าแปลกใจ หลังจากนี้จะเข้าขอความช่วยเหลือกับสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไป

ขณะที่ นายลือชา เปี่ยมสุวรรณ ประธานสภาทนายความภาค 8 บอกว่า พฤติการณ์ของคนร้ายที่ติดต่อกับเด็กที่ยังมีวุฒิภาวะไม่เพียงพอ และกำชับไว้ว่าอย่าบอกพ่อ แสดงถึงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์อยู่แล้ว และวงเงินกว่า 1.2 ล้านบาท เป็นเรื่องที่เกินวิสัยของเด็ก 10 ขวบ จะทำธุรกรรมได้โดยชอบ ดังนั้นอาจเข้าข่ายพฤติกรรมความผิดลักษณะฉ้อโกง ล่อลวงเด็ก โดยสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราชจะรับช่วยเหลือผู้เสียหายในกรณีนี้

ทั้งนี้ ต้องรอทางตำรวจไซเบอร์ชี้แจงอีกครั้ง หลังมีข้อกังขากรณีที่ตำรวจไซเบอร์มองเสมือนลอยแพผู้เสียหาย โดยมองเป็นความผิดของเด็ก ความผิดของพ่อเด็ก ปล่อยให้เด็กไปซื้อไอเท็มเกมเอง แต่ละเลยพฤติกรรมคนร้ายที่ล่อลวงชักจูงเด็ก และเมื่อขยายผลบัญชีโอนเงินปลายทางก็พบอย่างน้อย 4 บัญชี ที่ดูเหมือนคล้ายบัญชีม้า