ข่าวออนไลน์7HD

ผวา! ยาฟาวิพิราเวียร์ - โมลนูพิราเวีย เถื่อนจากอินเดีย ลอบขายออนไลน์ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ผวา! ยาฟาวิพิราเวียร์ - โมลนูพิราเวีย เถื่อนจากอินเดีย ลอบขายออนไลน์ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
วันนี้ (4 สิงหาคม 2565) ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงผลจับกุม นายประเสริฐ และนางสาวขนิษฐา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา และแจ้งข้อกล่าวหานางสาวฉลวยรัตน์ กระทำความผิดฐาน "ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา"

สืบเนื่องจาก กก.4 บก.ปคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่า มีการลักลอบขายยากลุ่มรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ผ่านสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งยาในกลุ่มนี้จะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับจาก อย. และผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐาน รวมถึงต้องได้รับการสั่งจ่ายจากแพทย์ เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จึงทำการสืบสวน พบว่ามีการขายยาผ่านสื่อออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้สายลับทำการสั่งซื้อยาดังกล่าวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย (เฟซบุ๊ก,อินสตาแกรม, ฯลฯ) จำนวน 2 ร้าน เมื่อได้ผลิตภัณฑ์มาแล้วจึงได้ทำการตรวจสอบเพิ่มเติม ทราบว่าตัวยาจาก ทั้ง 2 ร้าน ได้ถูกจัดส่งจากสถานที่เดียวกัน เป็นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่เขตวังทองหลาง ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้า เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญา เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวในซอยลาดพร้าว 80/3 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลางกรุงเทพมหานคร ผลการตรวจค้น พบผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ดังนี้ 1.ยา Monulpiravir ขนาด 200 มก. ยี่ห้อ Mylan จำนวน 1351 กล่อง, 2.ยา Monulpiravir ขนาด 200 มก. ยี่ห้อ Azista จำนวน 200 กล่อง, 3.ยา Monulpiravir ขนาด 200 มก. ยี่ห้อ XENON จำนวน 300 กล่อง และ 4. ยา Favipiravir ขนาด 400 มก. ยี่ห้อ XENON จำนวน 270 กล่อง รวมของกลางมูลค่าประมาณ 9,500,000 บาท โดยมีนางสาวฉลวยรัตน์ รับว่าเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ยาข้างต้น มีไว้เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า จึงได้เชิญตัวไปพบพนักงานสอบสวน กก.4บก.ปคบ. และแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 และยึดผลิตภัณฑ์ยาดังกล่าวไว้เป็นของกลาง

ต่อมาได้ทำการสืบสวนขยายผลจนทราบแหล่งที่มา และสถานที่จัดเก็บและกระจายยาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ต่อมาในวันที่ 2 สิงหาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันนำหมายค้นของศาลอาญาตลิ่งชันจำนวน 2 หมาย เข้าตรวจค้นบ้านพัก ในพื้นที่ ซอยราชพฤกษ์ 9 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ผลการตรวจค้น พบผลิตภัณฑ์ยา กลุ่มยารักษาผู้ติดเชื้อโควิด 19 และยาอื่นๆ ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 8 รายการ ประกอบด้วย 1. ยา FAVIKAST ขนาด 400 มก. จำนวน 20 กล่อง 2. ยา MOLAZ ขนาดบรรจุ 40 เม็ด จำนวน 30 กล่อง 3. ยา REDEMSIVIR 100 mg/vial จำนวน 7 กล่อง 4.FABIS SPRAY จำนวน 75 กล่อง 5. ยา MOLNATRIS ขนาด 200 มก. จำนวน 82 กล่อง 6. ยา MOLUZEN ขนาด 200 มก. จำนวน 33 กล่อง 7. MOLCOVIR ขนาด 200 มก. จำนวน 3 กล่อง และ 8. FERAVIR ขนาด 200 มก. จำนวน 10 กล่อง รวมมูลค่าของกลางประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งขณะตรวจค้น พบนายประเสริฐ  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1514/2565 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2565 แสดงตนเป็นเจ้าบ้านและเจ้าของยาดังกล่าว จึงได้จับกุมตัวนายประเสริฐ ตามหมายจับและตรวจยึดยาข้างต้นเป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. โดยผู้ต้องหาให้การว่า ยาดังกล่าวสั่งซื้อมาจากประเทศอินเดีย ผ่านตัวแทนขาย โดยกลุ่มผู้นำเข้าไม่เคยมีความรู้หรือใบประกอบวิชาชีพทางเภสัชกรรมแต่อย่างใด

ต่อมาในวันที่ 3 สิงหาคม 2565 ได้ขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในขบวนการดังกล่าวได้อีก 1 ราย คือ นางสาว ขนิษฐา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ส่งพนักงานสอบสวนกก.4 บก.ปคบ. การกระทำของผู้ต้องหาทั้งสองรายดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 มาตรา 12 ฐาน "ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต" ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 มาตรา 72(4) "ขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา" ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ยาดังกล่าวลักลอบนำเข้าโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่ผ่านการตรวจสอบจากด่านอาหารและยา และเป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไม่ผ่านการพิจารณาเรื่องคุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา โดยปฏิบัติการครั้งนี้ได้จับกุมเครือข่ายลักลอบขายยารักษาโควิดได้จำนวน 3 ราย ผลการจับกุมได้ของกลางที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาทั้งหมดรวมกว่า 2,300 กล่อง ประมาณ 80,000 เม็ด มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

โดยผู้ต้องหารู้จักกับคนอินเดียให้ช่วยซื้อให้และส่งมาจากประเทศอินเดีย ลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทย ส่วนใหญ่ลักลอบนำเข้าผ่านทางด่านศุลกากร ไปรษณีย์ แจ้งวัฒนะ ทั้งนี้มียาบางส่วนที่ผู้ต้องหาหิ้วติดตัวทยอยนำเข้า โดยทำมาแล้วประมาณ 2 เดือนขอเรียนพี่น้องประชาชนว่าไม่ควรซื้อยาออนไลน์กินเอง ยาโมลนูพิราเวียร์ เป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและสั่งจ่ายยาโดยแพทย์ถึงจะมีความปลอดภัย ต้องเลิกคิดซื้อมาตุนสำรองไว้ที่บ้าน โรคโควิดต้องให้แพทย์รักษา กินยาตามแพทย์สั่ง หากประชาชนซื้อยาดังกล่าวไปรับประทานเอง อาจได้ยาปลอมที่ไม่มีตัวยาสำคัญหรือยาที่ไม่มีคุณภาพและประสิทธิภาพในการรักษาโควิด-19 ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าปลอดภัย และอาจก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ ผู้ป่วยโควิดตอนนี้ หากติดเชื้อควรไปพบแพทย์ ขอย้ำว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ยาต้านไวรัสโมลนูพิราเวียร์หรือฟาวิพิราเวียร์ ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์

“ย้ำว่าผู้ติดเชื้อโควิดก็ไม่ใช่ว่าจะต้องได้รับยา Monulpiravir และ Favipiravir ทุกอยู่ที่ดุลพินิจของแพทย์ ขอให้เชื่อหมอเชื่อแพทย์จะได้ไม่รับอันตราย”