ห้องข่าวภาคเที่ยง

พ.ต.ต.แบ่งรับแบ่งสู้ คดีอนาจารดาราสาว

ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลังจากที่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม พาดาราสาวไปแจ้งความกับตำรวจ หลังถูกสารวัตรหนุ่ม ยศ พันตำรวจตรี สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล กระทำอนาจารขณะนอนหลับบนโซฟา หลังงานเลี้ยงกับเพื่อน ๆ

โดย ทนายษิทรา บอกว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตอน 03.00 น. ของวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ดาราสาวกับเพื่อนรวม 5 คน ไปสังสรรค์และไปต่อกันที่บ้านเพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ในย่านคันนายาว ซึ่งในบ้านมีตำรวจยศสารวัตรที่เป็นคู่กรณีอยู่ด้วย โดยคืนนั้นดาราสาวได้ดื่มสุราจนไม่ไหว ขอตัวไปนอนพักบนโซฟา และมีเพื่อนชายคนสนิทนอนอยู่ใกล้ ๆ กัน กระทั่งมารู้ตัวอีกทีช่วงเช้า เห็นคู่กรณีที่เป็นตำรวจนายดังกล่าวพยายามจะเข้ามาลวนลาม จึงรีบเรียกให้เพื่อนชายตื่น และกลับบ้านทันที ต่อมาทั้งคู่กรณีที่เป็นตำรวจ และเพื่อนหญิงที่พาไปที่บ้านหลังดังกล่าว ได้พยายามโทรศัพท์มาขอโทษ แต่ดาราสาวกังวลเรื่องความปลอดภัย กลัวจะเกิดอันตราย จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ

ขณะที่ทีมข่าวได้เดินทางไปยัง สน.บางพลัด ที่ตำรวจนายนี้ทำงานอยู่ เจ้าตัวปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์และถ่ายภาพใด ๆ แต่ให้ข้อมูล โดยยอมรับว่า ยังงง ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ โดยเมื่อวานนี้ ผู้กำกับการ สน. ที่ทำงานอยู่ โทรมาแจ้งว่า มีดาราสาวไปแจ้งความ จึงพยายามติดต่อดาราคนดังกล่าวแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อไปสืบค้นข้อมูลข่าวเลยทราบเรื่องที่เกิดขึ้น

เรื่องที่ผู้เสียหายแจ้งความว่าลวนลาม ขอไปพูดคุยกับผู้เสียหายก่อน โดยผู้สื่อข่าวพยายามจะสอบถามว่า ตกลงทำจริงหรือไม่ เจ้าตัวไม่ตอบรับหรือปฏิเสธว่าก่อเหตุหรือไม่ บอกเพียงว่าได้ลางานแล้ว เพื่อไปพูดคุยกับผู้เสียหายและทนายความ หากตำรวจเจ้าของคดีเรียกไปแจ้งข้อกล่าวหา ก็พร้อมจะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาและสู้คดี

ทั้งนี้ ยอมรับว่า วันดังกล่าวได้พบกับผู้เสียหายจริง โดยไม่ทราบมาก่อนว่าผู้เสียหายเป็นดารา รู้แต่เพียงว่าผู้เสียหายหน้าตาดี ส่วนรายละเอียดเหตุการณ์ไม่ขอพูดถึง

เรื่องนี้จึงสอบถามไปยัง พลตำรวจตรี จิระสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ต้นสังกัดของสารวัตรนายดังกล่าวได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีข้อเท็จจริงอย่างไร ถึงขั้นต้องมีการลงโทษทางวินัยหรือไม่ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้ไปช่วยราชการที่ต้นสังกัดหรือไม่ เนื่องจากตำรวจนายดังกล่าวทำงานด้านการสอบสวน ซึ่งอาจเข้าถึงข้อมูลทางคดีได้ จึงอยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ส่วนด้านของคดีทราบว่าเมื่อวานนี้ พนักงานสอบสวนหญิงของ สน.คันนายาว ได้สอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดแล้ว ได้ข้อมูลพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับทางคดีมากพอสมควร ซึ่งจะต้องมีการรวบรวมแสวงหาพยานหลักฐานอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก และจะเรียกตำรวจนายดังกล่าวมาสอบปากคำ และอาจแจ้งข้อกล่าวหาในคราวเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเรียกตัวมาเมื่อใด