ข่าวออนไลน์7HD

เกาะพะงันติดอันดับโลก เหมาะกับเที่ยวไป ทำงานไป

เกาะพะงันติดอันดับโลก เหมาะกับเที่ยวไป ทำงานไป
ในยุคหลังโควิด หลายออฟฟิศให้ทำงานจากบ้านหรือที่ไหนก็ได้ สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งพยายามจับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ #เศรษฐศาสตร์ตลาดสด นำผลสำรวจรายชื่อ 10 เกาะในโลกที่เหมาะสุดแก่การเที่ยวไปทำงานไปมาฝาก

บริษัท Zenefits บริษัทซอฟต์แวร์ด้านทรัพยากรบุคคลพึ่งเผยผลสำรวจชื่อเกาะเขตร้อนที่ชาวอเมริกันลงความเห็นว่า เหมาะแก่การทำงาน ขณะเดียวกันก็ท่องเที่ยวไปด้วยมากสุด

ปัจจัย 7 ด้านที่ใช้สำรวจประกอบด้วย จำนวนประชากร ภูมิอากาศ ความเร็วของอินเตอร์เน็ตไวไฟ ค่าที่พักอาศัย ค่าครองชีพต่อวัน ความยากง่ายในการเดินทางจากสหรัฐอเมริกา และกิจกรรมที่น่าสนใจระหว่างพักบนเกาะ

อันดับหนึ่ง ตกเป็นของเกาะกูราเซาหรือกอร์ซอว์ ซึ่งเป็นเกาะในเขตดัชต์-แคริบเบียน คนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นนัก กูราเซาเป็นประเทศปกครองตนเองภายในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์  เกาะกูราเซาได้อันดับหนึ่งจากคะแนนยอดเยี่ยมด้านภูมิอากาศและความเร็วของอินเตอร์เน็ตไวไฟ นอกจากนี้ยังได้คะแนนดีในเรื่องความน่าสนใจของเกาะที่มีทั้งอ่าวและป่าอุทยานให้นักท่องเที่ยวมีอะไรทำอะไรระหว่างพักที่นั่น

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือเกาะพะงันของไทยติดอันดับ 2 ในผลสำรวจนี้ โดยปัจจัยที่โดดเด่นสุดของเกาะพะงัน คือ ค่าครองชีพที่ถูก ผลสำรวจระบุว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันของนักท่องเที่ยว (ไม่รวมค่าที่พักอาศัย) ในการพักบนเกาะพะงัน อยู่ที่ 17 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น

โดยรายชื่อเกาะ 10 อันดับแรกของผลสำรวจประกอบด้วย

1. เกาะกูราเซา
2. เกาะพะงัน ประเทศไทย
3. เกาะฟอร์นันโด เด โนรอนญา ประเทศบราซิล
4. เกาะอีสเตอร์ ประเทศชิลี
5. เกาะอารูบา
6. เกาะเซนต์ลูเชีย
7. เกาะแกรนด์เคย์แมน หมู่เกาะเคย์แมน
8. เกาะลิตเทิลเคย์แมน หมู่เกาะเคย์แมน
9. เกาะโมโอเรอา เฟรนช์โปลินีเซีย
10. เกาะจาเมกา

รายงานระบุด้วยว่า ผลสำรวจสะท้อนพฤติกรรมการทำงานของคนอเมริกันที่เปลี่ยนไป การทำงานจากนอกออฟฟิศเป็นเรื่องปกติมากขึ้น นายจ้างมีนโยบายยืดหยุ่นให้ทำงานจากนอกออฟฟิศได้ โดยเฉพาะคนอเมริกันที่มีแนวโน้มเดินทางไปทำงานจากนอกประเทศ เพื่อทั้งได้ผ่อนคลาย ได้ท่องเที่ยว มีประสบการณ์ใหม่ ตลอดจนไม่เสียงานไปพร้อมๆ กัน

ขณะเดียวกันสำหรับประเทศต่างๆ สามารถใช้ผลสำรวจนี้ในการออกแบบนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ที่ปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มขึ้น ทั้งจากพฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่ช่วยให้การทำงานจากนอกออฟฟิศดีขึ้น ความคุ้นเคยของทั้งนายจ้างและลูกจ้างจากช่วงโควิดระบาดหนักๆ และทุกคนต้อง work from home

ทั้งนี้ ความยืดหยุ่นในการทำงาน นับเป็นหัวใจสำคัญของออฟฟิศหรือที่ทำงานในยุคหลังโควิด รายงานจาก World Economic Forum ระบุว่า จำนวนวันที่พนักงานในสหรัฐทำงานจากบ้าน เพิ่มขึ้นจาก ณ ม.ค. 2021 ที่ 1.58 วันต่อสัปดาห์ เป็น 2.37 วันต่อสัปดาห์ ณ ม.ค. 2022

คนทำงาน 2 กลุ่มที่มีไลฟสไตล์การทำงานจากนอกออฟฟิศ หรือมักทำงานจากต่างประเทศ คือ

1. กลุ่มคนทำงานด้านเทคโนโลยี เช่น เขียนโปรแกรม พัฒนาเกมหรือแอปพลิเคชัน ออกแบบซอฟต์แวร์ คนกลุ่มนี้ทั้งพนักงานและบริษัทคุ้นเคยกับการทำงานจากนอกออฟฟิศ ลักษณะการทำงานไม่ต้องเจอเพื่อนร่วมงาน เน้นทำงานผ่านระบบเทคโนโลยรสารสนเทศ

2. กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานที่มีศักยภาพสูง (Talent) ซึ่งมักให้ความสำคัญกับ work-life balance หรือรักษาสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงาน คนกลุ่มนี้มักเลือกทำงานบริษัทที่ให้ทำงานจากนอกออฟฟิศได้

ความน่าสนใจของแรงงานทั้ง 2 กลุ่มข้างต้น คือ มีรายได้สูง เน้นใช้จ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์ ชอบใช้ชีวิตแปลกใหม่ ตลอดจนมักมีความสามารถสูง ทำให้เลือกงานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่า ปัจจุบันตลาดแรงงานในหลายประเทศ เช่น ในสหรัฐฯ มีความตึงตัว อุปทานแรงงานน้อยกว่าอุปสงค์ความต้องการจ้างงาน ทำให้แรงงานสามารถเลือกงานได้

ตัวอย่างมาตรการที่รัฐบาลทั่วโลก รวมถึงไทย สามารถใช้เพื่อสร้างแรงจูงใจ เช่น มีมาตรการวีซ่าพิเศษหรือวีซ่าระยะยาวเพื่ออำนวยความสะดวกแรงงานทักษะสูง หรือพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวให้เอื้อต่อการเดินทางของแรงงานต่างชาติ มีจุดอำนวยความสะดวก มีกิจกรรมให้ชาวต่างชาติทำขณะพักอาศัย

นอกจากนี้ยังน่าสนใจว่า รัฐสามารถใช้มาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาพื้นที่บางจุด จังหวัดบางจังหวัดที่ยังไม่เป็นที่นิยมหรือรู้จัก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับรายได้ประชาชนในพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังไม่ได้รับการพัฒนา

#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด ยินดีกับเกาะพะงันที่ติดอันดับโลกจากผลสำรวจนี้ ซึ่งสะท้อนศักยภาพของพื้นที่และจังหวัดอื่นๆ ของไทยด้วย สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวระยะยาวในการมานั่งทำงานจากประเทศไทยแทนอยู่อาศัยในประเทศตัวเอง