รอบรั้วรอบโลก

สหรัฐฯ ประณามจีน ยิงขีปนาวุธจริงใกล้ไต้หวัน

ทำเนียบขาวประณามการยิงขีปนาวุธจริงใกล้ไต้หวัน ระบุเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ ขณะที่ญี่ปุ่นออกมาประท้วง หลังมีขีปนาวุธ 5 ลูก ตกในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตน นายจอห์น เคอร์บีย์ (John Kirby) โฆษกสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทำเนียบขาวประณามการตัดสินใจของจีน ในการยิงขีปนาวุธจริงใกล้กับไต้หวัน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ และเป็นการกระทำที่ยั่วยุ โดยจีนมีความพยายามมาอย่างยาวนาน ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานภาพที่เป็นอยู่ (status quo) ของไต้หวัน

ก่อนหน้านี้ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนยืนยันว่า ได้ยิงขีปนาวุธจริงหลายลูกไปตกในน่านน้ำนอกชายฝั่งของไต้หวัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการซ้อมรบ 6 จุด ที่จะมีต่อเนื่องไปจนถึงวันอาทิตย์นี้ โดยถือเป็นครั้งแรกที่จีนยิงขีปนาวุธข้ามเกาะไต้หวัน นอกจากนี้ จีนได้ส่งเครื่องบินมากกว่า 100 ลำ รวมทั้งเครื่องบินขับไล่ เครื่องบินทิ้งระเบิด และเรือรบมากกว่า 10 ลำ เข้าร่วมการซ้อมรบในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดของจีนในบริเวณช่องแคบไต้หวัน

ด้านกระทรวงกลาโหมของไต้หวันเปิดเผยว่า ไต้หวันได้ส่งเครื่องบินรบขึ้นบินเตือนเครื่องบินขับไล่ของจีน จำนวน 22 ลำ ที่บินเข้ามาในเขตป้องกันทางอากาศของไต้หวัน พร้อมให้ความมั่นใจต่อประชาชนว่า ขีปนาวุธของจีนที่ยิงข้ามเกาะไต้หวัน อยู่ในระดับความสูงเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ จึงยังไม่ถือเป็นภัยคุกคาม

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่น ออกมาประท้วงการยิงขีปนาวุธจริงของจีน หลังมีรายงานว่า ขีปนาวุธของจีน 5 ลูก ถูกยิงไปตกในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น (EEZ) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จีนยิงขีปนาวุธเข้าไปในบริเวณดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสันติภาพและเสถียรภาพ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ พร้อมเรียกร้องให้จีนยุติการซ้อมรบทันที

ด้าน นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กัมพูชา ว่า สหรัฐฯ หวังว่าจีนจะไม่ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งกับไต้หวันบานปลายออกไป และการรักษาเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย รวมถึงกลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมยืนยัน สหรัฐฯ จะต่อต้านความพยายามเปลี่ยนแปลงสถานภาพของไต้หวัน โดยเฉพาะการใช้กำลังทางทหาร

ขณะที่ นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ได้เดินทางถึงญี่ปุ่นแล้ว พร้อมแถลงข่าวหลังพบกับนายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่น ว่าการเยือนประเทศในเอเชียครั้งนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของไต้หวัน และของภูมิภาคแต่อย่างใด