ข่าวออนไลน์7HD

กองปราบ จับ “บอย ยูนิตี้” หนีฟังคำพิพากษาคดีเกี่ยวกับเอกสาร ขณะที่ศาลฎีกาสั่งจำคุก 4 ปี

กองปราบ จับ “บอย ยูนิตี้” หนีฟังคำพิพากษาคดีเกี่ยวกับเอกสาร ขณะที่ศาลฎีกาสั่งจำคุก 4 ปี
วันนี้ (5 ส.ค.65) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายอินทระศักดิ์ หรือ “บอย ยูนิตี้” นักธุรกิจวงการนำเข้ารถหรู และเป็นเจ้าของกิจการเต็นท์รถชื่อดังย่านสุขุมวิทและรัชดา อายุ 38 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำความผิดตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ โดยจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ

การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากนายอินทระศักดิ์ หรือ “บอย ยูนิตี้” มีพฤติการณ์ลักลอบนำเข้ารถซุปเปอร์คาร์และรถหรู (Luxury car) ด้วยวิธีการหลบเลี่ยงการชำระภาษี และสำแดงราคารถยนต์ให้ต่ำกว่าราคาตามท้องตลาด, รวมถึงลักลอบนำเข้ารถจดประกอบ ก่อนนำไปขายให้กับผู้มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง และนักการเมือง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ และลูกค้าที่ซื้อรถไม่สามารถนำไปขึ้นทะเบียนที่กรมการขนส่งได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความ ก่อนจะถูกตำรวจกองปราบตามจับกุมตัวได้เมื่อเดือน มิ.ย.60

อย่างไรก็ตาม หลังจากคดีขึ้นสู่ศาล นายอินทระศักดิ์ ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวสู้คดี แต่เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วกลับไม่ยอมมารายงานตัวตามนัดหมาย หรือมีพฤติการณ์หลบหนี ก่อนที่ต่อมาศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาตัดสินจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมกับออกหมายจับจนนำมาสู่การตามจับกุมตัวอีกครั้งได้ดังกล่าว โดยการสอบสวน นายอินทระศักดิ์ ให้การปฏิเสธ

ทั้งนี้ จากการตรวจประวัติของผู้ต้องหาพบว่า ยังมีหมายจับในความผิดอื่น ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร, พ.ร.บ.เช็ค, และคดีอื่นตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น  ฉ้อโกง บุกรุก และ ลักทรัพย์ รวมอีก 14 หมายจับ เบื้องต้นจึงนำตัวส่ง ศาลอาญาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

สำหรับคดีที่จำเลยถูกกล่าวหาเป็นคดีหมายเลขดำ 4529/2564 โดยพนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ฟ้อง บริษัทแจนด์สฯ จำเลยที่ 1 และนายอินทระศักดิ์ จำเลยที่ 2 ในความผิดเกี่ยวกับเอกสาร กรณีวันที่ 4-7 มี.ค.56 จำเลยกับพวกร่วมกันปลอมเอกสารใบรับรองการนำเข้าของกรมศุลกากร โดยร่วมแก้ไขข้อความการนำเข้าที่แท้จริงชนิดรุ่นรถยนต์และเครื่องยนต์ โดยคดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษาปรับบริษัท จำเลยที่ 1 จำนวน 8,000 บาท และจำคุกนายอินทระศักดิ์ จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 4 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง