ข่าวในประเทศ

คนเลี้ยงม้าแข่งโคราช เจอพิษโควิดปิดสนามนาน 3 ปี ต้องทนลำบาก กู้เงินนอกระบบมาใช้ จนหนี้ท่วม รอความหวังกองทัพบกไฟเขียวเปิดอีกครั้ง

คนเลี้ยงม้าแข่งโคราช  เจอพิษโควิดปิดสนามนาน 3 ปี ต้องทนลำบาก กู้เงินนอกระบบมาใช้ จนหนี้ท่วม รอความหวังกองทัพบกไฟเขียวเปิดอีกครั้ง
(6 สิงหาคม 2565) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่ชุมชนหลังวัดสุทธจินดาวรวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นชุมชนเลี้ยงม้าแข่งที่ใหญ่ที่สุดของ จ.นครราชสีมา พบว่าเกือบทุกบ้านมีการสร้างเป็นคอกม้าแข่งอย่างเป็นสัดส่วน โดยจะมีคนจูงม้าแข่งเดินออกกำลังกายตามถนน และภายในคอกจะมีคนเลี้ยงม้าให้ยาบำรุงกำลังม้าแข่งกันอย่างคึกคัก ภายหลังจากที่ทราบข่าวว่าทางกองทัพบก ได้เปิดไฟเขียวอนุญาตให้เปิดสนามม้าแข่ง ที่อยู่ภายในค่ายทหารสุรนารีได้แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างลงนามทำข้อตกลงกับกองทัพภาคที่ 2 เพื่อกำหนดกฎระเบียบการเปิดสนามในรูปแบบใหม่ โดยไม่ให้มีการเล่นการพนันภายในสนาม

โดยนายสุวรรณ รัตนแสง อายุ 54 ปี คนเลี้ยงม้ารายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนเองนั้นมีอาชีพเป็นคนเลี้ยงม้าแข่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งทำมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยได้ค่าจ้างเลี้ยงม้าสัปดาห์ละ 1,000 บาท หรือเดือนละ 4,000 บาท แต่ถ้าสัปดาห์ไหนมีแข่งม้า ก็จะมีรายได้เพิ่มจากเจ้าของม้าที่ส่งแข่ง ซึ่งรายได้จะไม่เท่ากัน หากม้าที่ตนเองเลี้ยงลงแข่งติดอันดับ 1-5 ก็จะได้รับเงิน 20% จากเงินรางวัลที่แข่งชนะ แต่ถ้าเลย 5 อันดับไปแล้ว ก็จะได้แค่ 500 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้เองจะเป็นรายได้เพิ่มจากเงินค่าเลี้ยงม้า บางสัปดาห์อาจจะได้เป็นหมื่นบาทเลยทีเดียว แต่ภายหลังจากที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 และรัฐบาลได้สั่งปิดสนามม้าแข่งทั่วประเทศ ก็ทำให้คนเลี้ยงม้าขาดรายได้ไปเป็นอย่างมาก เหลือเพียงเงินค่าเลี้ยงม้าเดือนละ 4,000 บาท ซึ่งไม่พอเลี้ยงครอบครัว ตนเองนั้นมีภาระค่าใช้จ่ายมากมาย ต้องส่งลูกและหลาน รวม 3 คน เรียนหนังสือ อีกทั้งยังมีผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ตอนนี้ต้องไปกู้หนี้นอกระบบดอกเบี้ยรายวันมาใช้จ่าย เพื่อประทังชีวิตไปวันๆ เพื่อรอให้เขาเปิดสนามอีกครั้ง ซึ่งภายหลังจากที่ทราบข่าวว่าสนามจะได้เปิดแล้ว ก็รู้สึกดีใจมาก เพราะจะทำให้ตนเองมีรายได้กลับคืนมาอีกครั้ง

ด้านนางนารถ แพทจะโปะ อายุ 54 ปี ภรรยาของคนเลี้ยงม้า กล่าวว่า ช่วงก่อนที่จะปิดสนามแข่งม้านั้น ครอบครัวของตนเองก็มีรายได้จากทั้งสามี ที่เป็นคนเลี้ยงม้า และตนเองก็ขายอาหาร ข้าวเหนียวตับปิ้ง ที่หน้าสนามม้า ซึ่งช่วงที่จัดแข่งม้าวันเสาร์ จะขายข้าวเหนียวตับปิ้งได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 10 กิโลกรัม ทำให้ไม่ค่อยลำบากนัก  แต่หลังจากที่สนามม้าปิดมานานกว่า 2 ปี 5 เดือน ก็ไม่มีรายได้อื่น นอกจากรายได้จากการเลี้ยงม้าของสามี สัปดาห์ละ 1,000 บาท ตอนนี้จึงต้องไปกู้หนี้นอกระบบดอกเบี้ยรายวันมาใช้จ่าย อาหารการกินก็ต้องประหยัด กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นส่วนใหญ่ ห้องนอนก็แทบจะไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าเหลืออยู่ เช่นโทรทัศน์ก็เอาไปจำนำแล้ว ลูก 2 คน ก็ไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะไม่มีเงินส่งเรียน ตอนนี้ลำบากมาก ดังนั้นเมื่อทราบข่าวว่าจะเปิดสนามม้าได้อีกครั้ง ก็รู้สึกดีใจ และคาดหวังว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น ลูกๆ ก็จะได้มีเงินไปเรียนหนังสืออีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง