สนามข่าว 7 สี

น้องชายโมโหยิงพี่ชายเสียชีวิต เหตุจากล็อกประตูรั้ว จ.ราชบุรี

สนามข่าว 7 สี - ความโกรธเป็นบ่อเกิดแห่งความรุนแรง เมื่อน้องชายกำลังจะออกบ้าน แต่มาเจอประตูรั้วล็อก ทำให้คิดว่าเป็นฝีมือพี่ชายของตัวเอง ที่มีปัญหาสะสมมานาน เป็นคนทำ ก่อนเกิดการทะเลาะและทำร้ายร่างกายกัน บานปลายถึงน้องชายใช้อาวุธปืนยิงใส่พี่ชายตัวเอง

ตำรวจ สภ.บ้านคา จังหวัดราชบุรี พร้อมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลบ้านคา และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าตรวจสอบเหตุชายถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์สภาพล้มคว่ำอยู่ ใกล้กันพบร่าง นายนคร พูลทวี อายุ 73 ปี สภาพใบหน้ามีร่องรอยการถูกทำร้าย และถูกยิงด้วยอาวุธปืน 1 นัด นอนตะแคงจมกองเลือด ห่างจากรถไปประมาณ 5 เมตร พบมีดตัดหญ้าเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 เล่ม ปลอกกระสุนขนาด 380 ตกอยู่จำนวน 2 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ที่ก่อเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นน้องชายแท้ ๆ ของผู้เสียชีวิตนั้นเอง ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกัน โดยหลังก่อเหตุทราบว่าได้ขี่รถจักรยานยนต์หนีไป

จากการสอบถามหญิง อายุ 62 ปี น้องสะใภ้ของผู้เสียชีวิต เผยว่า พี่น้องคู่นี้มักจะทะเลาะ และมีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับน้องชายนั้นติดยาเสพติด และพี่สะใภ้ก็มักจะเข้าไปตักเตือน ทำให้น้องชายไม่พอใจ พาลถึงขั้นมีปัญหากับพี่ชาย จนเกิดเป็นปัญหาสะสมกันมานาน

กระทั่งวันเกิดเหตุ เนื่องจากทางเข้าบ้านมีทางเดียว และมีประตูเหล็กกั้นไว้ ซึ่งทุกคนต่างมีกุญแจไขกันคนละดอก แต่ครั้งนี้ประตูถูกล็อกด้วยแม่กุญแจดอกอื่น ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูได้ ทำให้ผู้ก่อเหตุอาจจะคิดว่าพี่ชายเป็นคนทำ จนเกิดการโต้เถียงและชกต่อยกัน ซึ่งเธอก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นยิงกันจนเสียชีวิต

ขณะที่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ก่อนจะเห็นภรรยาของผู้เสียชีวิตวิ่งมาขอความช่วยเหลือ เมื่อเดินออกมาดูก็เห็นผู้ก่อเหตุถือปืนอยู่ ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นนอนอยู่กับพื้นแล้ว ก่อนจะหาที่หลบ เนื่องจากเกรงว่ากลัวถูกลูกหลง จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 2 นัด เมื่อเสียงปืนเงียบลง จึงออกมาดูก็เห็นว่าผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หนีออกไป จากนั้นก็รีบวิ่งขึ้นมาดู ก็พบว่าผู้เสียชีวิตนอนแน่นิ่งแล้ว

ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมามอบให้เป็นหลักฐาน ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะทำการสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุของก่อเหตุในครั้งนี้ พร้อมทั้งตรวจหาสารเสพติด ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป