เช้านี้ที่หมอชิต

เตรียมฝากขังเจ้าของผับมรณะ ญาติยังรอฟังคำขอโทษ

เช้านี้ที่หมอชิต - ยังคงเกาะติดกรณีเหตุเพลิงไหม้ผับ "เมาท์เทน บี" ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี วันนี้ตำรวจส่งตัวเจ้าของผับฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา ซึ่งมีรายงานมาว่าเจ้าตัวสภาพจิตใจค่อนข้างแย่ ส่วนผู้เสียชีวิต 15 ราย ญาติได้ทยอยนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลแล้ว แต่เรื่องนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่น่าจับตามอง

เมื่อวานนี้เป็นคืนที่สอง ที่นายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือ เสี่ยบี อายุ 27 ปี เจ้าของผับเมาท์เทน บี ถูกควบคุมตัวไว้ในห้องขังที่ สภ.พลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินคดีใน 2 ข้อหา คือ ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเสี่ยบีอยู่ในอาการซึมเศร้า และเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ต้องแยกขังเดี่ยวเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ และตรวจตราทุก ๆ ชั่วโมง

ทั้งนี้ ตำรวจได้เบิกตัวออกจากห้องขังเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าตัวยอมรับสารภาพในข้อกล่าวหา และช่วงสายวันนี้จะนำตัวเสี่ยบีฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา โดยจะคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน

ขณะที่ทนายความของเสี่ยบี ก็ไปที่สถานีตำรวจภูธรภูตาหลวง และบอกว่าทุกคนเสียใจ และไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงขอให้เห็นใจและให้ประกันตัวเสี่ยบี เพื่อออกมาหาทางช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เพราะนายพงษ์ศิริยอมรับผิด และแสดงเจตนาไม่หลบหนีด้วย

ทนายความยังยืนยันด้วยว่าเสี่ยบี และภรรยาเป็นเจ้าของผับตัวจริง เป็นวัยรุ่นสร้างตัวที่อยากมีธุรกิจเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนมีสีในพื้นที่

ขณะที่ พลตำรวจโท ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้เรียกคณะทำงาน และสั่งการให้ดำเนินคดีอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอยู่ 2 ข้อหา แต่หากมีหลักฐานที่ชี้ว่ามีความผิดอื่นใดอีกก็จะแจ้งข้อหาเพิ่ม โดยเฉพาะเรื่องของการต่อเติมอาคาร ซึ่งในช่วงสายวันนี้กองพิสูจน์หลักฐานจะยกหลังคาผับ เพื่อตรวจสอบว่าการออกแบบต่อเติมผิดไปจากการขออนุญาตอย่างไร

พร้อมยืนยันว่าเสี่ยบี เป็นเจ้าของร้านตัวจริง ไม่ใช่ตัวแทนของนักลงทุนหรือคนมีสีในจังหวัดชลบุรี อย่างที่สังคมตั้งข้อสงสัยแน่นอน

ส่วนด้านของความเสียหายที่เกิดขึ้น ล่าสุดตอนนี้ตัวเลขของผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 15 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 37 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในขั้นวิกฤติต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 8 ราย แพทย์ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

เมื่อวานนี้ที่ ศาลาประชาคม หมู่ 7 บ้านหนองหญ้า ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ญาติได้จัดตั้งพิธีสวดอภิธรรมศพของ นายธนกฤต นีน้อย อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของงานวันเกิดในคืนเกิดเหตุ และเป็นกลุ่มที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดถึง 3 ราย และบาดเจ็บอยู่ในขั้นวิกฤต 3 คน และ 1 ใน 3 เป็นภรรยาของนายธนกฤต

ตอนนี้ญาติยังคงทำใจไม่ได้ หวังว่าทางร้านจะออกมารับผิดชอบ โดยเฉพาะการรักษาที่ต้องการให้ได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด และอยากได้ยินคำขอโทษจากปากเจ้าของสักครั้ง

นอกจากนี้ในพื้นที่ยังพบว่าศาลาสวดศพเต็ม เพราะมีผู้เสียชีวิตหลายคน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกเพิ่ม โดยการเปิดศาลาประชาคม หมู่ 7 บ้านหนองหญ้า ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ ที่เดิมที่ใช้เป็นอาคารอำนวยการโควิด-19 ให้ใช้เป็นศาลาสวดศพเพิ่มเติมด้วย

คราวนี้ย้อนกลับมาดูเรื่องกฎหมาย หากเสี่ยบีเปิดสถานบริการโดยถูกกฎหมาย จะโดนแจ้งข้อหามากกว่านี้หลายข้อหา ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 เช่น ปล่อยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์เข้าไปใช้บริการ หรือกระทั่งหากพบความผิดอื่น เช่น ยาเสพติด การพกพาอาวุธ การออกแบบต่อเติมอาคาร นั่นจึงเป็นที่น่าสนใจว่านี่เป็นช่องว่างทางกฎหมายให้คนที่เปิดสถานบริการเปิดแบบผิดกฎหมายหรือไม่

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เผยว่า เจ้าของเมาท์เทน บี จะไม่ถูกแจ้งข้อหาเหล่านี้เลย เพราะกฎหมายจะบังคับใช้ได้ต่อเมื่อเจ้าของผับขออนุญาตเปิดสถานบริการอย่างถูกต้อง จึงทำให้ตอนนี้เจ้าของเมาท์เทน บี ถูกแจ้งเพียง 2 ข้อหาเท่านั้น

ทนายรณรงค์ยังมองว่าเรื่องนี้ไม่มีทางที่คนอายุ 27 ปี จะดำเนินการเปิดผับด้วยตัวคนเดียว และจะไปยื่นเรื่องนี้ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ดำเนินคดีแทนตำรวจในพื้นที่ เพราะไม่เชื่อมั่นต่อการทำงานในช่วงบ่ายวันนี้