ข่าวออนไลน์7HD

โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.75 โผล่ไทย พบแล้ว 5 คน อาการหนักเข้าไอซียู 1 คน

โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.75 โผล่ไทย พบแล้ว 5 คน อาการหนักเข้าไอซียู 1 คน
วันนี้ (8 ส.ค.65) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีการสุ่มตรวจสายพันธุ์เชื้อโควิด-19 พบว่าส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5  โดยเฉพาะใน กทม.เป็น BA.4และ BA.5 อยู่ที่ 91.5% ที่เหลือเป็นสายพันธุ์ BA.1และ BA.2 สำหรับจังหวัดอื่นๆ ในส่วนภูมิภาค พบ BA.4 และ BA.5 เป็นสัดส่วน 80 % อีก 20 %เป็น BA.1และ BA.2

นอกจากนี้ ยังพบสายพันธุ์อื่นๆ ที่โผล่ขึ้นมา คือ BA.2.75 ที่เป็นประเด็นในประเทศอินเดีย และมีรายงานในระบบฐานข้อมูล GSAID จำนวน1,434 คน ซึ่งในไทยพบแล้ว 5 คน

คนแรก เป็นผู้ป่วยเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 53 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ. ตรัง มีประวัติเดินทางไปร่วมประชุมสโมสรโรตารีที่ จ.ภูเก็ต โดยมีชาวต่างชาติร่วมประชุมด้วย และเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.65 เริ่มมีอาการป่วย
คนที่ 2 เป็น ชายไทยอายุ 62 ปี ภูมิลำเนาอยู่ใน จ.แพร่ เข้าร่วมประชุมสโมสรโรตารี เมื่อวันที่ 3 ก.ค.65 มีอาการไอ มีเสมหะ เจ็บคอ ปวดศรีษะ หายใจเหนื่อย โดยผู้ป่วยไม่แน่ใจว่าติดเชื้อจากลูกสาวที่มีประวัติเดินทางไป กทม. แล้วพักกับเพื่อนที่ป่วยเป็นโควิด กักตัว 10 วันแล้วเดินทางกลับ จ.แพร่หรือไม่
คนที่ 3 เป็น นักเรียนมัธยมปลาย อายุ 18 ปี ภูมิลำเนาอยู่ใน จ.น่าน ให้ประวัติว่าที่โรงเรียนการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน
คนที่ 4 เป็นชาย จังหวัดสงขลา อายุ 62 ปี ภูมิลำเนาอยู่ใน จ.สงขลาเป็นผู้ป่วยติดเตียง ตั้งแต่ปี 2560 ไม่เคยได้รับวัคซีนเนื่องจากเข้าใจผิดว่ามีอาการแพ้ง่าย จึงไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ทำให้เป็นคนเดียวในผู้ป่วยจำนวน 5 คน ที่มีอาการหนัก ต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู
คนที่ 5 เป็นหญิง อายุ 85 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ และเป็นผู้ป่วยติดเตียง

62f0bf563b70a9.02183655.PNG

นพ.ศุภกิจ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะต้องติดตามและต้องเฝ้าระวังสายพันธุ์ย่อย BA.2.75 ต่อไป หากสายพันธุ์นี้แพร่เร็วจริงจะมีสัดส่วนเปอร์เซ็นต์สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่หากไม่เร็วจริงจะขึ้นมาสักพักแล้วหายไป

"ส่วนสายพันธุ์ BA.4.6 เป็นสายพันธุ์ย่อยของ BA.4 เกิดตั้งแต่ปี 2563 พบในหลายประเทศ มีรายงานผู้ติดเชื้อแล้วประมาณ 6 พันคน แต่เพิ่งมาเป็นประเด็นในเดือน ก.ค.65 ซึ่งพบการติดเชื้อสูงขึ้นในสหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้จัดอันดับให้ต้องเฝ้าระวัง จึงอยากย้ำว่าการกลายพันธุ์เกิดขึ้นได้ตลอด เชื้อโรคยังอยู่ แต่ก็มีวัคซีนและยารักษา ในประเทศไทย ปชช.ยังใส่แมสก์อยู่พอสมควร สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยภายใต้มาตรการที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องกลับไปล็อกดาวน์อีก"