ห้องข่าวภาคเที่ยง

ร้อง DSI รับคดี MOUNTAIN B เป็นคดีพิเศษ

ห้องข่าวภาคเที่ยง - วันนี้ ทนายรณณรงค์ ไปร้องเรียนขอให้ดีเอสไอรับคดี MOUTAIN B เป็นคดีพิเศษ หลังจากเห็นว่าเป็นคดีร้ายแรง และคาดว่าน่าจะมีหุ้นส่วนร้านรายอื่นอีกที่ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อ

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้ายื่นหนังสือถึงนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ โดยให้เหตุผล 3 ข้อ ที่ดีเอสไอต้องรับเป็นคดีพิเศษ คือ ข้อแรก เป็นสถานบันเทิงที่เปิดโดยไม่มีมาตรการด้านความปลอดภัย จดแจ้งผิดประเภท อีกทั้งเปิดให้บริการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด เปิดให้เยาวชนเข้าไปใช้บริการ เป็นไปไม่ได้ที่ตำรวจท้องที่และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะไม่ทราบเรื่องนี้ จึงเชื่อว่าน่าจะมีการให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อจูงใจให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

ข้อ 2. เชื่อว่าน่าจะมีหุ้นส่วนเป็นทหาร ตำรวจ หรือผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง เพราะเจ้าของร้านที่ถูกจับกุม มีอายุเพียง 27 ปี ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเจ้าของร้านแต่เพียงผู้เดียว จึงต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและสืบหาหุ้นส่วนร้านรายอื่น ซึ่งอาจเป็นผู้มีอิทธิพล หรือเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ หากปล่อยให้ตำรวจท้องที่ดำเนินการ คาดว่าคงสาวไปไม่ถึงตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

ส่วนข้อสุดท้าย คดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนตั้งข้อสงสัยต่อการทำงานของตำรวจท้องที่ ว่าการที่เร่งรัดตัดจบคดีนั้นเพื่อปกปิดบุคคลที่อยู่เบื้องและปกปิดความผิดอื่น ๆ อีกหรือไม่

ขณะที่ทางดีเอสไอ รับคำร้องไปตรวจสอบก่อนว่าเข้าหลักเกณฑ์การรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่

ขณะที่ วันนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. เพื่อให้พิจารณาเอาผิดนายตำรวจ ตั้งแต่ระดับผู้บังคับการจังหวัดปทุมธานี ตำรวจท้องที่ และฝ่ายปกครอง ที่ร่วมกันปล่อยปละละเลยให้สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ปิดเกินเวลา ปล่อยเด็กอายุต่ำกว่า 20 เข้าไปใช้บริการ ปล่อยให้มียาเสพติดภายในสถานบันเทิง ใบอนุญาตผิดประเภท และส่งเสียงดังสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนในละแวกใกล้เคียง ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่ากระทำผิดจริงก็ขอให้ดำเนินคดีฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ