ข่าวออนไลน์7HD

ครม.อนุมัติกรอบวงเงินกว่า 4 พันล้าน เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ครม.อนุมัติกรอบวงเงินกว่า 4 พันล้าน เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
วันนี้ (9 ส.ค.65) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบกลาง กรอบวงเงิน 4,019 .80 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในช่วงฤดูฝน ปี 65 และการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้งปี 2565/2566 จำนวน 1,361 รายการ ให้กับ 5 กระทรวง 13 หน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้งในปี 65/66 ได้แก่
1. การซ่อมแซม ปรับปรุง อาคารชลศาสตร์ เช่น ซ่อมแซม/ปรับปรุงพนังกั้นน้ำ คันกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ คลองส่ง/ระบายน้ำ อาคารบังคับน้ำ สถานีโทรมาตร เป็นต้น
2. การปรับปรุง แก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ และกำจัดผักตบชวา ที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การระบายน้ำและการจัดการพื้นที่น้ำท่วม/พื้นที่ชะลอน้ำ
3. การขุดลอกคูคลอง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
4. การเตรียมความพร้อมวางแผนเครื่องจักรเครื่องมือ เช่น ซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำเครื่องมือเครื่องจักร ยานพาหนะขนย้าย
5. การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อเก็บกักไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง เป็นการจัดหาแหล่งน้ำรองรับน้ำส่วนเกินในช่วงฤดูฝนสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งถัดไป เช่นสระ /อ่างเก็บน้ำ ระบบกระจายน้ำ ธนาคารน้ำใต้ดิน ขุดเจาะบาดาล ปฎิบัติการฝนหลวง เป็นต้น

สำหรับ 5 กระทรวง 13 หน่วยงาน ที่จะดำเนินการตามโครงการ 1,361 รายการ กรอบวงเงิน 4,019.80 ล้านบาท ประกอบด้วย
1) กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพบกและหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา 32 รายการ วงเงิน 23.31 ล้านบาท 
2) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  โดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)  2 รายการ วงเงิน 76.45 ล้านบาท
3) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยกรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร  411 รายการ วงเงิน 1,190.43 ล้านบาท
4) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล 139 รายการ วงเงิน 432.91 ล้านบาท
5) กระทรวงมหาดไทย โดยเทศบาลเมือง เทศบาลตำบล เทศบาลนคร จังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล รวม 777 รายการ วงเงิน 2,296.70 ล้านบาท 

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า สทนช. ประเมินว่า หากดำเนินการแล้วเสร็จจะมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 35,723 ไร่ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 34.02 ล้านลูกบาศก์เมตร ประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ 36,735 ครัวเรือน และสามารถกำจัดผักตบชวา/วัชพืชน้ำได้ประมาณ 4.74  ล้านตัน รวมถึงสามารถซ่อมแซม/ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์ให้สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ จำนวน 394 แห่ง  รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มการลงทุนภาครัฐโดยการช่วยกระตุ้นการซื้อวัสดุและจ้างแรงงานคนในท้องถิ่นด้วย