ข่าวออนไลน์7HD

พายุโควิดกระหน่ำธนาคาร ปิดไปแล้วกว่า 1,000 สาขา

พายุโควิดกระหน่ำธนาคาร ปิดไปแล้วกว่า 1,000 สาขา
เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้ชีวิตเราทุกคนง่ายขึ้น รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินที่แต่ก่อนลำบาก ต้องไปทำที่สาขา ติดต่อพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ วันนี้ทุกคนสามารถทำจากโทรศัพท์มือถือ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้สาขาธนาคารหายไปมากน้อยแค่ไหน #เศรษฐศาสตร์ตลาดสด จะเล่าให้ฟัง

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่า จำนวนสาขาของธนาคารพาณิชย์ในไทยลดลงต่อเนื่อง โดย ณ มิ.ย. 2565 มีจำนวน 5,459 แห่ง เทียบกับ ม.ค. 2563 ที่มีจำนวน 6,503 แห่ง หรือคิดเป็นการปรับลดลงถึง 1,044 สาขา หรือลดลงไปกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสาขาทั้งหมดในเวลาเพียง 2 ปีครึ่ง

การปรับลดจำนวนสาขาลงของธนาคารพาณิชย์เกิดจากสาเหตุอย่างน้อย 5 ข้อ

1. เทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น สัญญานเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ จำนวนคนใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น ราคาโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ถูกลง

2. ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการใช้โทรศัพท์มือถือทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้นและตลอดทั้งวัน ทั้งเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม สั่งอาหารมารับประทาน การใช้บริการธนาคารผ่านมือถือช่วยให้ผู้บริโภคสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทาง ทำได้ 24 ชั่วโมง

3. นโยบายของรัฐบาลที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินอย่างพร้อมเพย์ ทำให้ทั้งธนาคารและประชาชนสะดวก มีต้นทุนลดลงในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ตลอดจนนโยบายรัฐที่มุ่งจ่ายเงินโอนหรือสิทธิประโยชน์ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ก็ทำให้ประชาชนเรียนรู้และคุ้นเคยกับธุรกรรมการเงินออนไลน์มากขึ้น

4. การปรับตัวของธนาคารเพื่อประหยัดต้นทุนโดยลดจำนวนสาขาที่ถือเป็นรายจ่ายสำคัญ และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการให้บริการที่ดีขึ้น รักษาความสามารถในการแข่งขันเพื่อสู้กับธนาคารอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการไม่คิดค่าธรรมเนียมสำหรับการทำธุรกรรมส่วนใหญ่ผ่านมือถือนับเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้ลูกค้าธนาคารหันมาใช้บริการเพิ่มขึ้น

5. ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีมาตรการล็อกดาวน์ ปิดห้าง ทำให้ประชาชนลดการออกจากบ้าน ไปสาขาธนาคารไม่ได้ ต้องทำธุรกรรมทางการเงินจากโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์เท่านั้น

จากปัจจัยทั้งหมดข้างต้น เป็นแรงผลักดันให้ทั้งประชาชนหันมาใช้บริการธนาคารทางออนไลน์เพิ่ม ให้ธนาคารต้องปรับตัวด้านนวัตกรรมเพื่อให้สามารถแข่งขันได้กับผู้ให้บริการรายอื่นตลอดจนตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค โดยเฉพาะสถานการณ์โควิดที่เป็นแรงกระตุ้นอย่างมากทั้งฝั่งลูกค้าและธนาคารในสองปีกว่าที่ผ่านมา

ผลที่เกิดขึ้นทำให้ทุกธนาคารลดจำนวนสาขาตลอดมาซึ่งเกิดตั้งแต่ก่อนมีโควิด โดยหากย้อนไปเมื่อ มิ.ย. 2560 จำนวนสาขารวมของธนาคารพาณิชย์ในไทยอยู่ที่ 6,913 แห่ง จนก่อนโควิด ณ ต้นปี 2563 เหลือ 6,503 แห่ง เพียงแต่โควิดเหมือนพายุกระหน่ำ ที่ทำให้ธนาคารต้องเร่งปิดสาขามากขึ้นไวขึ้นในช่วง 2 ปีนี้ จนเหลือ 5,459 แห่ง ณ กลางปีนี้

สอดคล้องกับข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นว่าธุรกรรมการชำระเงินผ่านบริการ Mobile Banking เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงโควิด

เทียบกับก่อนโควิด ณ ม.ค. 2563 มีจำนวนบัญชีลูกค้าที่ใช้บริการ Mobile Banking 60.67 ล้านบัญชี มีจำนวนธุรกรรม 588 ล้านรายการ มีมูลค่าธุรกรรมรวม 2.93 ล้านล้านบาท เทียบกับปัจจุบัน ตัวเลข ณ พ.ค. 2565 มีจำนวนบัญชีลูกค้าใช้บริการ Mobile Banking 86.8 ล้านบัญชี จำนวนธุรกรรม 1.79 พันล้านรายการ ด้วยมูลค่า 5.6 ล้านล้านบาท

หรือพูดง่ายๆ โควิดทำให้มีจำนวนบัญชีลูกค้าใช้บริการ Mobile Banking เพิ่มขึ้น 43% มีจำนวนธุรกรรม Mobile Banking เพิ่มขึ้น 200% และมีมูลค่าธุรกรรมเพิ่มขึ้นประมาณ 90% ทีเดียว !!!

แนวทางการปรับตัวของธนาคาร นอกจากหันไปพัฒนาการให้บริการทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารบนมือถือ ปัจจุบันเพื่อให้บริการได้ดีขึ้นยังมีการแยกบริการบนมือถือสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่ม เช่น ลูกค้าทั่วไป ลูกค้านิติบุคคล มีการนำข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าบนโลกออนไลน์มาต่อยอดนำเสนอบริการใหม่ๆ เพื่อดูแลลูกค้าได้ดีขึ้น มีกำไรมากขึ้น นอกจากนี้ในทางกายภาพ ยังปรับสาขาโดยควบรวมหลายสาขาในพื้นที่เดียวกันเข้าด้วยกัน ปรับสาขาให้มีขนาดเล็กลงหรือเป็นจุดบริการขนาดเล็กแทน และควบคุมให้แต่ละสาขาใช้พนักงานไม่มากนัก รวมถึงปรับสาขาไปเน้นให้บริการทางด้านขายหรือให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์การเงินรูปแบบอื่นๆ นอกจากรับฝากหรือถอนที่ลูกค้าสามารถทำได้ง่ายด้วยตนเองผ่านมือถือ

อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก่อผลกระทบอย่างน้อยต่อคน 2 กลุ่ม

หนึ่ง พนักงานธนาคารที่แต่เดิมปฏิบัติหน้าที่ที่สาขา มาถึงวันนี้เมื่อสาขาถูกปิดไป บ้างต้องย้ายไปสาขาอื่นที่ไกลบ้านหรือที่พัก ต้องย้ายไปทำงานในส่วนงานอื่นที่ไม่คุ้นเคย ต้องฝึกทักษะใหม่ มีเป้าในการทำงานที่กดดันมากขึ้นเทียบกับอดีต

สอง ประชาชนในพื้นที่ที่สาขาธนาคารถูกปิดไป และไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้มีรายได้น้อย ทำให้เวลาต้องไปทำธุรกรรมที่ธนาคารลำบากขึ้น ต้นทุนในการทำธุรกรรมสูงขึ้น ทั้งค่าเดินทางและค่าธรรมเนียมที่ส่วนใหญ่การใช้บริการที่สาขามีค่าธรรมเนียมสูงกว่าออนไลน์ ซึ่งคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่รายได้น้อยอยู่แล้ว แต่กลับต้องเผชิญต้นทุนในการทำธุรกรรมที่สูงกว่า

#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด เห็นว่าการปรับลดสาขาของธนาคารเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แนวโน้มมีแต่ลดลงเรื่อยๆ ทั้งจากเทคโนโลยีและพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามธนาคารควรคำนึงถึงผลกระทบทางลบที่มีต่อพนักงานและลูกค้าจากการปรับลดสาขาลงด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง