ข่าวออนไลน์7HD

ลางานบ่อยเกินไปเจ้านายมีสิทธิ์เลิกจ้างได้

ลางานบ่อยเกินไปเจ้านายมีสิทธิ์เลิกจ้างได้
(9 ส.ค.2565) หลายคนอาจเคยสงสัย หากเราลาป่วยหรือลากิจบ่อยครั้ง นายจ้างมีสิทธิ์เลิกจ้างหรือไม่? วันนี้ทีมข่าวออนไลน์ 7HD มีคำตอบมาให้กับทุกคน

เมื่อเปิดดูคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ที่ 48/2560 ลูกจ้างลาป่วยลากิจบ่อยครั้ง นายแจ้งเตือนและให้เข้าโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน แต่ลูกจ้างก็ยังไม่ปรับปรุงตัว พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน นายจ้างเลิกจ้างด้วยเหตุนี้ จึงมีเหตุผลอันสมควรและเพียงพอ ไม่ใช่การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม

คดีนี้ลูกจ้างเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง ระบุว่าจำเลยจ้างเข้าทำงานเป็นลูกจ้างตำแหน่งฝ่ายการผลิตเริ่มงานเมื่อวันที่ 11 ม.ค.2549 ต่อมาวันที่ 4 เม.ย.2557 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ โดยให้มีผลวันที่ 11 เม.ย.2557 เป็นต้นไป ลูกจ้างจึงฟ้องขอให้นายจ้าง ชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย

ส่วนฝั่งจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างให้การว่า จากสถิติการลาป่วยของลูกจ้างรายนี้ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2554-2556 มีจำนวนมากหลายครั้ง ทำให้ลูกจ้างรายนี้เป็นผู้หย่อนสมรรถภาพในหน้าที่การงาน มีผลการทำงานตกต่ำตลอดมา จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นไปตามข้อบังคับการทำงานหมวดที่ 11

ในชั้นต้น ศาลแรงงานภาค 2 พิจารณาแล้วเห็นว่าแม้โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างจะลาป่วยลากิจบ่อยครั้งจนเคยได้รับหนังสือเตือน แต่กรณีนี้ไม่เข้าลักษณะการเป็นผู้หย่อนสมรรถภาพหรือไร้ความสามารถจนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นเพียงแค่การประพฤติตนบกพร่องขาดความรับผิดชอบเท่านั้น จึงให้นายจ้างซึ่งเป็นจำเลยจ่ายเงินจำนวน 26,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา

ในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงาน ประชุมสำนวนปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า โจทก์ปฏิบัติงานในตำแหน่งพนักงานเดินเครน ต้องอุทิศเวลาในการทำงานให้นายจ้างอย่างเต็มที่ แต่กลับลาป่วยและลากิจบ่อยครั้ง ขาดงานหยุดงานจนเคยได้รับหนังสือเตือน จนนายจ้างไม่ได้รับการทำงานตอบแทนจากโจทก์คนนี้ในเวลาทำงานปกติ แม้จะเป็นการลาตามสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตจากนายจ้างแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นการลาบ่อยครั้งจนเกินสมควร นอกจากนี้ลูกจ้างรายนี้ยังได้รับการประเมินผลตั้งแต่ปี 2553-2556 ในระดับต้องปรับปรุง (ระดับ C) ต่อเนื่องมาตลอด แสดงให้เห็นถึง ความสามารถในการทำงานที่ลดน้อยถอยลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนายจ้างก็ไม่ได้เลิกจ้างทันที แต่กลับให้โอกาสในการแก้ไขฟื้นฟูปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานแล้ว แต่โจทก์ก็ไม่ปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น จึงถือเป็นการหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน เป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุผลอันสมควรและเพียงพอ ไม่ใช่การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างดังกล่าว ที่ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับยกฟ้อง

จากคำพิพากษานี้ จะเห็นได้ว่าศาลชั้นต้น มองว่าแม้ลูกจ้างจะลางานบ่อยจนได้รับหนังสือเตือนก็ตาม แต่ไม่ถือเป็นบุคคลที่หย่อนความสามารถหรือไร้ความสามารถจนทำงานไม่ได้ เป็นแค่การทำตัวไม่เหมาะสม จึงสั่งให้นายจ้างจ่ายเงิน 26,000 บาท ให้แก่ลูกจ้างรายนี้พร้อมดอกเบี้ย (จากเดิมที่ลูกจ้างฟ้องเรียก 500,000 บาท)

จากนั้นนายจ้างยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นว่า ลูกจ้างคนนี้ทำงานในตำแหน่งสำคัญต้องทำงานตามเวลาอย่างเต็มที่ให้เหมาะสมตามค่าตอบแทน แม้การลาจะเป็นสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตก็ตาม แต่ลาบ่อยเกินไป แถมการประเมินตั้งแต่ 2553-2556 ยังได้ระดับ C มาตลอดคือต้องปรับปรุงตัว ซึ่งนายจ้างก็ให้โอกาสมาตลอด ไม่ได้เลิกจ้างในมันมี แต่ลูกจ้างคนนี้กลับไม่ปรับปรุงตัวเอง ถือว่าหย่อนความสามารถในการทำงาน จึงพิพากษายกฟ้อง นายจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับลูกจ้างนั่นเอง