ข่าวออนไลน์7HD

สาวใต้หลอกแม่ค้าข้าวแกง จะแบ่งค่านายหน้าขายที่พันล้านบาท

สาวใต้หลอกแม่ค้าข้าวแกง จะแบ่งค่านายหน้าขายที่พันล้านบาท
(9 ส.ค.65)  ที่สภ.บางบัวทอง นางเอ (นามสมมติ) อายุ 53 ปี พร้อมนายเกียรติคุณ ต้นยาง  หรือทนายโป้ง เดินทางเข้าแจ้งความ กับ ร.ต.ท.วชิรพันธิ์ เจริญวัย พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เนื่องจากนางจิรา เสียรู้ถูกหลอกเงินเกือบ 700,000 บาท


โดยนางเอ เผยว่า เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา ตนเองได้เปิดร้านขายข้างแกงอยู่ใน  ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง  จ.นนทบุรี มีผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อ สา อายุ 54 ปี เป็นคนใต้เหมือนกันเข้ามากินข้าวที่ร้าน เธอกับนางสา ไม่ได้รู้จักกัน แต่นางสามากินข้าวหลายครั้งจึงได้พูดคุย


นางสา บอกว่า ตัวเองเป็นนายหน้าขายที่ดินให้กับบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดัง ที่ดินที่ขายมีราคา 1,000 กว่าล้านบาท เนื้อที่ 500 กว่าไร่  จากนั้น นางสา ได้ขอยืมเงินไปเดินเรื่อง โดยบอกว่า ถ้าขายที่ได้จะได้ค่านายหน้า 3 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 300 ล้านบาท แล้วจะเอาเงินมาแบ่งตนเองครึ่งหนึ่งเป้นเงินประมาณ 150 ล้านบาท

นอกจากนี้นางสา ยังอ้างถึงผู้หลักผู้ใหญ่ คนใหญ่คนโต คุณหญิงคุณนาย เพื่อให้ตนหลงเชื่อ ตนเองพอมีเงินอยู่จำนวนหนึ่งจึงให้นางสาไป ต่อมา นางสาโทรมายืมเงินอีก ตนเองก็หลงเชื่อให้ไปจนเงินสดที่มีหมด จนต้องไปยืมเพื่อนมาให้นางสาอีก 2.5 แสนบาท  แต่ก็ยังไม่พอ ตนก็ไปยืมเงินเพื่อนอีกคนมาอีก 50,000 บาท


นางเอ บอกอีกว่า ตอนนั้นรู้สึกอยากได้เงินคืน จึงให้เงินนางสาไปเดินเรื่องขายที่ดินให้แล้วเสร็จ แต่สุดท้ายไม่ได้เงินคืน แถมนางสายังมายืมอีกบ่อย ๆ ทำให้ตนเองเดือดร้อน เพราะต้องซื้อของเข้าร้าน ค่าจ้างลูกน้อง และค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ จนตนเองต้องเอาสร้อยคอทองคำ แหวนทอง แหวนเพชร ไปจำนำ จนตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว นางสาก็ไม่คืนเงิน

นางเอ จึงคิดได้ว่า ตนเองน่าจะโดนหลอก เพราะนางสาผลัดวันไปเรื่อย ตอนนี้เงินที่ให้ยืมไป รวมของที่เอาไปจำนำ ตกอยู่ประมาณเกือบ 700,000 บาท จึงได้ตัดสินใจเดินทางเข้ามาแจ้งความ


ทางด้าน ทนายเกียรติคุณ กล่าวว่า ยังมีผู้เสียหายอีก 3 ราย ที๋โดนในทำนองเดียวกัน ซึ่งจะทยอยมาแจ้งความ และได้ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกในข้อหาฉ้อโกง ส่วนทรัพย์สินที่ได้เอาไปจำนำไว้ จะทำการอายัด เนื่องจาก ตั๋วจำนำจะขาดและหลุดจำนำ อยากฝากถึงคู่กรณี ถ้ารู้ตัวว่าผิดก็ให้เข้ามาเคลียกัน เพราะคดีนี้เป็นคดีที่ยอมความกันได้ อยากให้เข้ามารับผิดชอบ เพราะ ผู้เสียหายเป็นห่วงทรัพย์สินมาก กลัวว่าจะหลุดจำนำ แต่ข้อหาฉ้อโกงนี้เป็นข้อหาหนัก เพราะต่างกรรมต่างวาระกันมีการหลอกหลายครั้งหลายหน