สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : สำรวจพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ก่อนรับศึกหนักจากน้ำเหนือ

สนามข่าว 7 สี - ถึงหน้าน้ำทีไร เมืองเก่าอย่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี เพราะด้วยสภาพพื้นที่เป็นที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบนทั้งหมด วันนี้เราจะพาไปสำรวจการเตรียมการรับมือน้ำท่วมที่กำลังจะมาถึง ว่าชาวบ้านตื่นตัว หรือหน่วยงานให้การช่วยเหลืออย่างไรบ้าง ลงสนามข่าวนี้กับคุณกัณฐ์ทัพ เลิศฤทธิเศรษฐ์

หลังกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศจับตาพายุโซนร้อน มู่หลาน ที่จะขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ จากนั้นจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย วันที่ 11-13 สิงหาคม โดยต้องระวังฝนตกหนักและตกสะสม ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้

สำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท จึงเร่งบริหารจัดการน้ำ โดยการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา และผันน้ำเข้าระบบชลประทานตามศักยภาพของคลองที่จะรับน้ำได้ เนื่องจากในช่วงเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายนนี้ เป็นช่วงที่เกษตรกรใกล้เก็บเกี่ยวผลผลิต แต่พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ยังคงเป็นพื้นที่เดิม คือ พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณคลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอเสนา และอำเภอผักไห่ ซึ่งน้ำจะสูงขึ้น 20-80 เซนติเมตร

ส่งผลให้น้ำในทุ่งทับน้ำ อำเภอบางปะหัน และทุ่งมหาราช อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีมวลน้ำในทุ่งสูงขึ้น การเตรียมตัวรับมือของชาวบ้านก็เริ่มต้นขึ้น เริ่มที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองบางแพ่ง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านพร้อมเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทาน ช่วยกันนำกระสอบทรายอุดท่อระบายน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้านาข้าวที่ใกล้จะพร้อมเก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่วัน

จุดต่อมาคือประตูระบายน้ำคลองบางกุ้ง ประตูระบายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ขณะนี้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากคลองบางกุ้ง ซึ่งเป็นน้ำในทุ่งทับน้ำ อำเภอบางปะหัน และทุ่งมหาราช เพราะขณะนี้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่นาของชาวบ้านแล้ว จึงต้องเร่งลดระดับให้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยว

ขณะนี้ต้องบอกว่า นับเวลาถอยหลังอีกเพียงแค่อึดใจเดียว ที่เกษตรกรตั้งตารอเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่ก็ต้องเผื่อใจกับการที่ต้องรับมือกับน้ำที่มาเร็วกว่าปกติ แม้ว่าขณะนี้อาจจะยังไม่ถึงขั้นเสียหาย แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะไว้วางใจได้ว่าน้ำจะมาเพิ่มอีกมากน้อยแค่ไหน นายจักรพันธ์ สุขีมล เกษตรกรที่ลงทุนปลูกข้าว 400 ไร่ ถึงกับอ้อนวอนฟ้าฝนว่าไม่ได้หวังว่าจะมีกำไร เพียงแค่ถอนทุนคืนได้บ้างก็ยังดี

ด้าน นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ออกมาเน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนระบายน้ำ และประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ตรวจสอบความมั่นคงของอาคารป้องกันริมแม่น้ำ เสริมคันกั้นน้ำบริเวณจุดเสี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ รวมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ และบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำให้ทราบล่วงหน้า เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ พร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที และขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำใกล้ชิด