เช้านี้ที่หมอชิต

ผงะ ชายบุกร้านอาหารญี่ปุ่น จ.เชียงใหม่ ทำลายทรัพย์สิน แก้ผ้านอนชิล ยอมรับเมาสุรา

เช้านี้ที่หมอชิต - ข่าวนี้เสนอเป็นอุทหารณ์ สำหรับนักดื่มทั้งหลาย วาอาการเมาขาดสติ ร้ายกาจกว่าที่คิด ที่จังหวัดเชียงใหม่  ชายอายุ 22 ปี บุกร้านอาหารญี่ปุ่นยามวิกาล ทำลายทรัพย์สิน แถมแก้ผ้า เปิดเครื่องปรับอากาศนอนชิลชิล เสมือนบ้านตัวเอง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนวันที่ 9 สิงหาคม กล้องวงจรปิดของร้านอาหารญี่ปุ่น เขตตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ บันทึกภาพชายรูปร่างสูงใหญ่ผิวขาว เดินโซเซสะพายเป้ เข้ามาในร้าน จุดแรกเปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็น จากนั้นก็เดินไปไขกุญแจประตูกระจกห้อง VIP ของร้านอาหาร แต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะเดินขึ้นบันได้ไปที่ชั้น 2 ถือวัตถุบางอย่างมาพยายามไขแม่กุญแจประตูห้อง VIP ซ้ำอีกรอบ

กล้องวงจรปิดอีกมุมทำให้เห็นว่าชายคนนี้ปลดกางเกงลง ยืนปัสสาวะที่หน้าห้องสำนักงานของร้าน ก่อนย้อนขึ้นบันไดชั้น 2 เพื่อนอนหลับ กระทั่งเวลาประมาณ 01.40 น. จึงเดินลงมาในสภาพสวมกางเกงชั้นในสีดำ มองเห็นรอยสักที่หน้าอกซ้ายและข้างเอว เขาพยายามเคาะ ๆ ดึงๆ เปิดประตูห้อง VIP เป็นครั้งที่ 3 แต่แล้วก็เปลี่ยนใจขึ้นไปนอนบนโต๊ะไม้ข้าง ๆ บันไดแทน สงสัยตรงนี้ จะนอนไม่ค่อยสบาย จึงกระสับกระส่ายหงุดหงิด ลุกขึ้นไปทำลายกระจกเงาที่ติดอยู่ข้างผนัง

เวลา 02.00 น. ชายผู้ก่อเหตุใช้ความพยายามครั้งสุดท้าย กระชากดึงประตูกระจกห้อง VIP จนเปิดออก จากนั้นก็คว้าหยิบรีโมตเครื่องปรับอากาศมาเปิด แล้วนอนไขว้ห้าง ก่อนเผลอหลับไปแบบสบายอุรา จน 05.30 น. เขาจึงลุกขึ้นมาสวมใส่เสื้อผ้า  แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ผู้จัดการร้านอาหารญี่ปุ่น เล่าว่า ช่วงเช้ามาเปิดร้าน เห็นทรัพย์สินหลายอย่างเสียหาย ตกใจมากคิดว่าขโมยเข้าร้าน แต่ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วไม่พบทรัพย์สินสูญหาย เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเมาสุราขาดสติ

พนักงานร้านอาหาร  เก็บกวาดทำความสะอาดร้าน พบใบอนุญาตขับขี่ของชายคนหนึ่งลักษณะคล้ายผู้ก่อเหตุ จึงมอบให้ตำรวจ สภ.แม่ปิง เชิญตัวมาสอบสวน   

ที่สุดช่วงเย็นวานนี้ (9 ส.ค.) ชายอายุ 22 ปี ผู้ก่อเหตุพร้อมกับผู้ปกครอง เดินทางมาโรงพักเพื่อเจรจาค่าเสียหายกับทางร้านอาหารญี่ปุ่นแล้ว ยอมรับเมาหนักจนจำอะไรไม่ได้เลย กระทั่งผู้เป็นแม่เห็นข่าว แล้วโทรศัพท์มาสอบถาม ถึงรู้ตัวว่าทำผิดไป  อยากขอโทษกับทุกสิ่งที่ทำไป พร้อมยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด ซึ่งทางร้านอาหารก็เข้าใจ จึงไม่ติดใจดำเนินคดี