สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : วอนเร่งเอาผิด ชายตามราวีเพราะจีบไม่ติด ทุบทำลายรถ ขู่ฆ่าเอาชีวิต

สนามข่าว 7 สี - เจ้าของร้านอาหารสาว ร้องขอความช่วยเหลือกับสื่อมวลชน หลังถูกชายที่อ้างตัวว่าทำงานในบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตามจีบ แต่ผู้เสียหายไม่สนใจพยายามปฏิเสธ ชายคนดังกล่าวจึงตามราวี ใช้ก้อนหินทุบทำลายรถจนเสียหาย และยังขู่จะเอาชีวิตด้วย ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน ภายในซอยรัชดาภิเษก 3 แขวงและเขตดินแดง ช่วงประมาณ 03.00 น. ของคืนวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากภาพจะสังเกตเห็นรถแท็กซี่คันหนึ่ง ขับรถไปจอดข้าง ๆ รถของผู้เสียหาย จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งเดินลงมาจากรถก้มไปหยิบเอาก้อนหินที่อยู่ที่พื้น ปาเข้าไปใส่กระจกที่นั่งด้านข้างคนขับ ก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหน้า ใช้ก้อนหินก้อนเดิมปาใส่ไปที่กระจกหน้ารถ ก่อนจะเดินกลับไปที่รถของตัวเอง

หญิงสาวอายุ 32 ปี เจ้าของร้านอาหาร ซึ่งเป็นเจ้าของรถคันที่ได้รับความเสียหาย เล่าที่มาที่ไปของเรื่องนี้ให้ฟังว่า ตนเองเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เปิดร้านอาหารและร้านเสริมสวยเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ได้รู้จักกับชายคนนี้ เพราะเป็นลูกค้าที่มากินอาหารที่ร้านเป็นประจำ กระทั่งประมาณเดือนพฤษภาคม ชายคนนี้มาขอให้ช่วยโอนเงินค่าไฟให้ โดยมอบเงินสดแลกเปลี่ยน ก็ช่วยเหลือไปตามปกติ แต่หลังจากนั้นเริ่มขอแลกไลน์ และส่งข้อความมาพูดคุยตามจีบอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งตนเองได้พยายามปฏิเสธไปตามมารยาท เป็นเช่นนี้อยู่ประมาณ 1 เดือน กระทั่งชายคนดังกล่าวไปหาเบอร์โทรศัพท์ของตน โทรเข้ามาต่อว่าต่าง ๆ นานา พยายามข่มขู่ว่าจะเอาชีวิต ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ทุบทำลายรถยนต์ดังกล่าว

หลังตนเองรวบรวมข้อมูลเพื่อหาว่าใครเป็นคนก่อเหตุ สุดท้ายไปเจอว่าเป็นชายคนเดียวกับที่พยายามตามจีบมาตลอด 1 เดือน และรถแท็กซี่ที่ใช้ก่อเหตุก็เป็นรถที่ไปเช่าคนอื่นมาเพื่อมาลงมือโดยเฉพาะ จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ

ขณะที่เมื่อวานนี้ ผู้เสียหายได้นัดให้เจ้าของรถแท็กซี่คันที่ถูกเช่าไปก่อเหตุ ไปเป็นพยานยืนยันตัวผู้กระทำผิด ซึ่งเจ้าของรถก็ยอมรับว่า เพราะเห็นว่ามาขอเช่ารถ อ้างปัญหาตกงาน ใบขับขี่หมดอายุ จึงช่วยเหลือให้พอมีงานทำชั่วคราวเท่านั้น ไม่คิดว่าจะนำรถไปก่อเรื่อง จนเดือดร้อนมาถึงตนเองด้วย

คดีนี้ ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ยืนยันว่าออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ส่วนเจ้าของรถที่มาให้การ ได้สอบสวนไว้เป็นพยานในคดี เพื่อใช้ยืนยันการกระทำผิดของผู้ต้องหาต่อไป