เช้านี้ที่หมอชิต

ตีตรงจุด : รัฐสภาล่ม เซ่น สูตรหาร 100

เช้านี้ที่หมอชิต - ตีตรงจุด วันนี้ปักหมุดสถานการณ์ร้อนการเมือง ที่เมื่อวานนี้รัฐสภาล่ม เรียบร้อยโรงเรียนเพื่อไทย และความต้องการของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ กลับไปใช้สูตรคำนวณ สส.ปาร์ตี้ลิสต์แบบหาร 100 กลเกมนี้ ใครได้ ใครเสีย ส่งสัญญาณอะไรในทางการเมือง ไปติดตามกัน

รัฐสภาล่ม เซ่น สูตรหาร 100
ประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ ต้องบอกโกลาหลกันทันที ที่เข้าสู่วาระการพิจารณาร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เมื่อฝ่ายค้านเสนอขอตรวจสอบองค์ประชุม ตามแผนที่พรรคเพื่อไทยวางไว้ ว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมในการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้พิจารณาไม่ทันกรอบ 180 วัน ร่างกฎหมายจะได้ตกไป แล้วกลับไปใช้ร่างเดิม สูตรคำนวณ สส.ปาร์ตี้ลิตส์แบบหาร 100

ข้อเสนอดังกล่าวก็ถูกคัดค้าน ทั้งจาก สส.พรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย สุดท้ายนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ตัดสินใจขอมติจากที่ประชุม ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ ทำให้ความพยายามครั้งแรกที่จะนับองค์ประชุมของพรรคเพื่อไทยล้มเหลว แพ้ไปด้วยคะแนน 283 ต่อ 27 งดออกเสียง 36 และไม่ออกเสียง 28 เสียง รัฐสภาจึงเดินหน้าพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

เรื่องราวก็ดูเหมือนจะดี หลายคนคิดว่าสมาชิกรัฐสภาที่จ้องล่มสภา คงเปลี่ยนใจแล้ว แต่ที่ไหนได้ เมื่อเริ่มเดินหน้าในมาตรา 24/1 ต่อเนื่องจากการประชุมรัฐสภาครั้งที่แล้ว ก็เกิดความวุ่นวายอีกครั้ง เพราะฝ่ายค้านเสนอให้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ เนื่องจากมีข่าวสะพัดว่า สส.บางพรรคเสียบบัตรแทนกัน เสียเวลาไปเกือบ 3 ชั่วโมง มีสมาชิกมาแสดงตน 403 คน ผ่านด่านสองไปได้อีกครั้ง หลายคนถอนใจโล่งอก

แต่เกมพลิกอีกรอบ เมื่อถึงเวลาลงมติ กลับปรากฏว่ามีผู้ลงมติเพียงแค่ 342 เสียง ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง 364 เสียง ทำให้ประธานในที่ประชุมต้องสั่งปิดการประชุมทันที ก็สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาพรรคเล็ก กับเกมการเมืองที่พรรคเพื่อไทย พลังประชารัฐ และสมาชิกวุฒิสภา บางส่วนจับมือกันล่มสภา เพื่อให้พิจารณากฎหมายไม่ทันตามกรอบเวลา จะได้กลับไปใช้สูตรหาร 100 ตามร่างเดิม

นายกฯ ไม่หวั่น สูตรคำนวณ สส. ระบบบัญชีรายชื่อ
ส่วนท่าทีของนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ขอให้ความเห็นกรณีรัฐสภาล่ม พร้อมระบุพร้อมทุกสูตร ไม่ว่าจะเป็นหาร 100 หาร 1,000 หรือ 10,000

"ชวน" ต่อสายตรง นายกฯ ยื้อประชุมรัฐสภา แต่สุดท้ายก็ยังล่ม
ทีนี้เรามาดูเบื้องหลังรัฐสภาล่มกันหน่อย มีรายงานว่า คุณชวน ต่อสายตรงถึงนายกรัฐมนตรี สอบถามว่าจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐสภาอย่างไร หลังมีดีลระหว่างพลังประชารัฐ สว.บางส่วน และพรรคเพื่อไทย ไม่ร่วมประชุม ก็ได้รับคำยืนยันว่า ให้เดินหน้าต่อไป สุดท้ายการประชุมเป็นไปแบบกระท่อนกระแท่น และตายตอนจบ องค์ประชุมไม่ครบ ต้องปิดการประชุมในที่สุด งานนี้จึงถูกมองว่าแม้คุณชวนจับมือกับนายกฯแล้ว ก็ยังทรงพลังสู้ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ลือกันว่าอยู่เบื้องหลังดีลลับล่มสภา และคำสั่งจากนายให้ สส.พลังประชารัฐ กลับบ้าน

หากย้อนดูเส้นทางสูตรคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ ที่พลิกกลับไปกลับมาหลายครั้ง จะพบความพยายามที่ชัดเจนว่า ต้องการลากให้พิจารณากฎหมายไม่ทัน 180 วัน เพราะมีเหตุรัฐสภาล่มถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 27 กรกฎาคม ครั้งที่สอง วันที่ 3 สิงหาคม และครั้งล่าสุดคือ เมื่อวานนี้

อาจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. จะใช้เกณฑ์ชี้วัดจากรัฐสภาล่มทั้ง 3 ครั้ง มากรองว่า สมาชิกรัฐสภาคนใดที่ไม่อยู่ในห้องประชุมทั้ง 3 ครั้ง จะถือว่าจงใจทำให้สภาล่ม เพื่อรวบรวมรายชื่อ ยื่นต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนความผิดจริยธรรมร้ายแรง โดยคาดว่าจะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์

วันนี้ พรรคขนาดเล็กยื่นขอประชุมเสาร์-อาทิตย์
ขณะที่ยังมีความพยายามจากพรรคเล็ก จะยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเป็นกรณีพิเศษ ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่ประธานรัฐสภาระบุเป็นไปได้ยาก เพราะ สส.มีภารกิจลงพื้นที่ และวันจันทร์ มีประชุมวุฒิสภา

พรรคเล็ก ลุ้น พลิกเกม ดันสูตรหาร 500 ส่งศาล รธน. ชี้ขาด
เส้นทางของร่างกฎหมายฯต่อจากนี้ หากเลยวันที่ 15 สิงหาคมไปแล้ว ร่างกฎหมายฯยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ก็จะตกไปทันที รัฐสภาต้องนำร่างเดิมสูตรหาร 100 มาใช้ ส่งให้ กกต.พิจารณาภายใน 15 วัน ถ้าภายใน 10 วัน กกต.ไม่ทำความเห็นอะไรมา ก็ถือว่าจบ แต่ถ้า กกต.เห็นต่าง ขอให้ปรับแก้ไข รัฐสภาจะมีเวลา 30 วัน ในการทบทวนร่างกฎหมาย จากนั้นจะถึงขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรี นำร่างกฎหมายฯขึ้นทูลเกล้า ซึ่งต้องรอ 5 วัน ในช่วงเวลานี้สมาชิกรัฐสภา 1 ใน 10 สามารถเข้าชื่อกันเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เป็นปราการด่านสุดท้าย ที่พรรคเล็กคิดว่าจะพลิกสถานการณ์กลับมาใช้สูตรหาร 500 ได้ จึงต้องจับตากันต่อว่า "สูตรนี้จะมีพลิกอีกหรือไม่"