ข่าวออนไลน์7HD

ผู้เสียหาย วอนอดีตบิ๊กตำรวจ นำตัวหญิงที่อ้างว่าเป็นลูกบุญธรรมหลอกลงทุน เสียหายนับสิบล้าน ออกมารับผิด

ผู้เสียหาย วอนอดีตบิ๊กตำรวจ นำตัวหญิงที่อ้างว่าเป็นลูกบุญธรรมหลอกลงทุน เสียหายนับสิบล้าน ออกมารับผิด
11 สิงหาคม 2565 เวลา 09.00 น. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม พร้อมผู้เสียหายนับสิบคน เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังจากถูกผู้หญิงรายหนึ่ง ชื่อรุ่ง อ้างตัวว่าเป็นลูกบุญธรรมอดีตบิ๊กตำรวจนายหนึ่ง ฉ้อโกงและหลอกลงทุนเสียหายหลายล้านบาท

โดยทนายตั้ม เผยว่า นางสาวรุ่ง ที่อ้างว่า เป็นลูกบุญธรรมของบิ๊กตำรวจ มีการชักชวนให้ผู้เสียหาย 100 กว่าคนร่วมลงทุน ทั้งเรื่องของการร่วมเล่นแชร์ และหลอกลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับผงบักกุ๊ดเต๋ เสียหายหลายสิบล้านบาท ซึ่งไม่ได้มีการทำธุรกิจนี้จริง มีเพียงการโพรโมตการขาย ผ่านเอกสารเท่านั้น

นอกจากนี้ นางสาวรุ่ง มีการนำภาพถ่ายของตนเองคู่กับอดีตบิ๊กตำรวจมาแอบอ้างอยู่ตลอดเวลา วันนี้ตนเอง จึงพาผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเรื่องนี้มีทนายความที่มีคนติดตามหลักแสนร่วมอยู่ในขบวนการด้วย ซึ่งตนเองและผู้เสียหาย จะนำหลักฐานทั้งหมดมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสืบสวนสอบสวนว่า มีใครร่วมกระทำความผิดบ้าง

ก่อนหน้านี้ ตนเองได้มีการสอบถามไปทางอดีตบิ๊กตำรวจที่ถูกกล่าวอ้าง เบื้องต้นปฏิเสธว่า ไม่ใช่ลูกบุญธรรมจริง แต่อดีตบิ๊กตำรวจนายนี้ให้นางสาวรุ่ง ติดต่อมาหาตนเอง และนางสาวรุ่ง ก็มาหาตนเองที่สำนักงานพยายามที่จะเอาของแบรนด์เนม ราคาแพงมาให้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่านำมาให้ เพื่อต้องการอะไร  แต่ตนเองได้ให้นางสาวรุ่ง เอาของกลับไปแล้ว โดยนางสาวรุ่ง แจ้งว่า ต้องการเข้ามาชี้แจง โดยอ้างว่า มีการนำเงินของผู้เสียหายมาลงทุนจริง แต่เงินหมุนเวียนไม่ทัน จึงเกิดปัญหา และให้ตนเองยังไม่พาผู้เสียหายมาแจ้งความได้หรือไม่ ซึ่งตนเองก็แจ้งไป ว่าไม่ได้ เพราะคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก

ด้านผู้เสียหาย เผยว่า ที่หลงเชื่อ ยอมลงทุนด้วย ส่วนหนึ่งเพราะนางสาวรุ่ง มีทนายชื่อดัง การันตีว่าเครดิตดี แต่ส่วนใหญ่ที่เชื่อเพราะว่ามีการแอบอ้างว่า เป็นลูกของบิ๊กตำรวจ จึงมั่นใจเพราะเป็นลูกค้าราชการ คงไม่หลอกลวง

ซึ่งรูปแบบการลงทุนมี 2 แบบ คือ เล่นแชร์ระยะสั้น ส่งทุก 2 วัน ไม่เกิน 1 เดือน ก็ปิดวงแชร์ได้ และ การลงทุนธุรกิจ ผงบักกุ๊ดเต๋ ซึ่ง
ส่วนแบ่งการลงทุน จะได้กำไร 15% ของยอดขาย ซึ่งนางสาวรุ่ง เขาอ้างว่าสามีเปิดบริษัท และมีตัวตนจริง ซึ่งนางสาวรุ่งเคยพูดว่า จะไม่โกง เพราะจะไม่เอาชื่อเสียงมาแลกกับเรื่องแบบนี้

ผู้เสียหายเริ่มลงทุนช่วงปี 2564 และมีคนเคยได้ผลตอบแทน แต่เริ่มไม่ได้ยอด เมื่อช่วงมิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียหายบางคนดำเนินคดีแล้ว เพราะบางคนอยู่ต่างจังหวัด จึงแจ้งความในท้องที่ ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาในการแจ้งความ ตำรวจรับทำคดีตามปกติ มีเพียงตัวของนางสาวรุ่งพี่โทรไปต่อว่าพนักงานสอบสวน หลังจากที่ถูกอายัดบัญชี ว่า ทำไมต้องอายัดบัญชีทั้งหมดทำไมถึงไม่อายัดเฉพาะบัญชีที่ถูกแจ้งความ

ทั้งนี้ ตนเองเชื่อว่าอดีตบิ๊กตำรวจไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่เพราะถูกแอบอ้าง ซึ่ง นางสาวรุ่งมีการสร้างสตอรีเกี่ยวกับอดีตบิ๊กตำรวจหลายอย่าง จึงอยากขอให้อดีตบิ๊กตำรวจท่านนี้ ให้มีส่วนร่วมในการพานางสาวรุ่งออกมารับผิด