สนามข่าว 7 สี

อัปเดตสถานการณ์พายุฯ มู่หลาน ฝนตกกระทบหลายจังหวัด

สนามข่าว 7 สี - ก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว มาอัปเดตสภาพอากาศประจำวันนี้ (12 ส.ค.) โดยเฉพาะสถานการณ์พายุดีเปรสชันมู่หลานที่เคลื่อนตัวอยู่บริเวณตอนบนของประเทศไทย ส่งผลให้หลายจังหวัดในประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ลงประกาศอัปเดตสถานการณ์พายุดีเปรสชันมู่หลาน เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ที่ผ่านมา ล่าสุดเคลื่อนตัวอยู่บริเวณมณฑลยูนนานตอนใต้ และได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว ทั้งนี้ได้เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมสาธารณะรัฐประชาชนจีน บริเวณตอนใต้ ประเทศเมียนมาตอนบน และประเทศลาวตอนบน ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งทำให้หลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุลูกดังกล่าว

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ส.ค.) พายุได้ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก มีน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ตำบลพญาแก้ว อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัดต้องเร่งเข้าช่วยเหลือชาวบ้านขนของไปไว้บนที่สูงกันจ้าละหวั่น ทั้งนี้ได้แจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงกับลำน้ำสาขาของเเม่น้ำน่าน ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมาก

เช่นเดียวกันกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน พายุฝนฟ้าคะนอง และมีลมกันโชกแรง เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (11 ส.ค.) ทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นและมีต้นไม้ล้มขวางถนนที่ใช้สัญจรไปยังอำเภอปาย กับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงก่อนจะถึงด่านตรวจดแม่ยะประมาณ 3 กิโลเมตร ส่งผลให้มีรถของชาวบ้าน, รถนักท่องเที่ยว และรถบรรทุกสินค้าจอดอยู่ทั้ง 2 ฝั่งติดกันยาวเหยียด และช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงอับสัญญาณ ทำให้การติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทำให้ชาวบ้านต้องช่วยกันใช้มีดตัดกิ่งไม้ และชักลากลำต้นออกจากเขตถนน เพื่อให้รถสัญจรผ่านไปได้

ขณะที่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่น้อยหน้า อย่างที่จังหวัดนครพนม หลังจากที่เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (11 ส.ค.) ได้มีฝนตกหนักนานเกือบ 2 ชั่วโมง ทำให้น้ำท่วมขังตามผิวถนนหลายสาย รวมไปถึงร้านค้าและตลาดสด ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ประชาชนในพื้นที่ต้องเร่งเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง เนื่องจากมวลน้ำรอการระบายเอ่อเข้าท่วม บางพื้นที่มีระดับน้ำสูงกว่า 30 เซนติเมตร สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายลงสู่แม่น้ำโขงให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ได้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง