ข่าวออนไลน์7HD

กรมชล เผย สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา น้ำเหนือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังรับน้ำได้

กรมชล เผย สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา น้ำเหนือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังรับน้ำได้
วันนี้ (12 ส.ค.65) จากกรณีพายุโซนร้อนมู่หลาน บริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน แต่ยังส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกและตกหนักในหลายจังหวัดของไทยนั้น ล่าสุด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทานเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. รวมทั้งเดินหน้าบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนที่ตกทางตอนบนอย่างเต็มศักยภาพ หากมีแนวโน้มปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นอีกให้แจ้งทราบอย่างทันท่วงที และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ด้านนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเช้าวานนี้ ที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,199 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 5.37 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น มีการควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่สถานี C.13 อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ในอัตราประมาณ 948 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้พื้นที่ด้านท้ายเขื่อน มีระดับน้ำทยอยเพิ่มสูงขึ้น บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และ ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย)

สำหรับปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันที่ 11 ส.ค. 65 (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,176 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ รวมกันประมาณ 129.68 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีกกว่า 13,695 ล้าน ลบ.ม.