ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : กรมโยธาฯ ส่งทีมช่างแก้เขื่อนเรียงหินริมคลองบางแก้ว งบ 44 ล้านบาท

ข่าวภาคค่ำ - กรมโยธาธิการและผังเมือง ส่งทีมช่างแก้ปัญหาโครงการเขื่อนเรียงหินริมคลองบางแก้ว งบประมาณกว่า 44 ล้านบาท ทีสร้างเสร็จส่งมอบไม่ถึง 3 เดือน ก็ทรุดพังเสียหาย ติดตามเรื่องนี้ กับคุณสุธาทิพย์ ผาสุข ซึ่งเคยลงพื้นที่ไปติดตามปัญหาและนำเสนอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นี่เป็นภาพความคืบหน้า ที่เกิดขึ้นบริเวณโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองบางแก้ว หมู่ 6 และหมู่ 7 ตำบลบ้านอิฐ หรือ ที่ชาวบ้านจังหวัดอ่างทองเรียกกันว่าโครงการเขื่อนเรียงหิน ชึ่งแจ้งผ่านมาทางคอลัมน์หมายเลข 7 หลังจากที่ทีมข่าวลงพื้นที่ไปติดตาม นำเสนอปัญหาเพื่อเป็นสื่อกลางถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบให้เข้ามาแก้ไข กรณีพื้นทางเท้าอิฐสี่เหลี่ยมที่ทรุดตัวลง ลามเป็นแนวยาว และบางจุดเห็นเป็นโพลงขนาดกว้าง ทั้งที่เพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่นาน ทำให้ชาวบ้านกังวลใจและหวั่นวิตกว่าพื้นทางเท้าจะทรุดตัวลงไปมากกว่านี้ จนส่งผลต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

โยธาธิการจังหวัดอ่างทอง หน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ ยืนยันข้อเท็จจริงและการให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งในส่วนของการแก้ไขงานนี้ ทางโยธาธิการและผังเมืองส่วนกลางได้แจ้งผู้รับจ้างให้มาดำเนินการซ่อม พร้อมกับรับผิดชอบ ตามประกันระยะสัญญา

สำหรับโครงการเขื่อนเรียงหินริมคลองบางแก้ว บริเวณหมู่ 6 และหมู่ 7 เป็นโครงการที่กรมโยธาธิการและผังเมืองส่วนกลางเป็นผู้ว่าจ้าง บริษัทเอกชน 5 แห่ง ให้เป็นผู้ออกแบบ และมีผู้รับจ้าง คือ บริษัทสองฝั่งการเกษตร จำกัด ทำสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2562 เริ่มดำเนินการวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 กำหนดแล้วเสร็จ วันที่ 19 เมษายน 2564 รวมระยะเวลาระบุในสัญญา 650 วัน งบประมาณที่ใช้ก่อสร้าง 44,520,000 บาท ครอบคลุมพื้นที่ ความยาว 544 เมตร

แม้เวลานี้ จะมีการเข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นให้กับชาวบ้านแล้ว แต่สิ่งที่ยังต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และเร่งคลี่คลาย คือข้อมูลที่ทางนายก อบต. บ้านอิฐ เคยสะท้อนผ่านคอลัมน์หมายเลข 7 ว่าโครงการนี้ อาจมีความไม่ชอบมาพากล กรณีการทำเรื่องขอให้สร้างเขื่อนในพื้นที่หมู่ 2 แต่ปรากฎว่าเมื่อโครงการอนุมัติ มีการย้ายการก่อสร้างไปอีกหมู่ ซึ่งไม่ได้กำหนดในหนังสือ อีกทั้งยังมีการขุดทรายหลวงมาใช้

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ต้องจับตาดูว่า หน่วยงาน หรือ องค์กร ที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ จะเข้ามาดำเนินการเพื่อสร้างความกระจ่าง และข้อสรุปในการใช้งบประมาณภาษีประชาชน ว่าในกระบวนการขั้นตอนของโครงการทั้งหมด มีการเอื้อประโยชน์ ละเลยเพิกเฉย ใช้อำนาจในตำแหน่งทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐหรือไม่