ข่าวช่อง7HD

อดีต สมาชิก อบต. ถูกแทงดับคาบ้านพัก ช่วงกลางดึก

อดีต สมาชิก อบต. ถูกแทงดับคาบ้านพัก ช่วงกลางดึก
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 13 ส.ค. 2565 พ.ต.อ.ประวิทย์ โทหา ผกก.สภ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ได้รับรายงานจาก ร.ต.อ.พงษ์พิทักษ์ ประนมศรี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สุวรรณภูมิ ว่ามีคนถูกแทงเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 113 หมู่ 19 บ้านโพนครกน้อย ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมกับหน่วยกู้ภัยสุวรรณภูมิ เมื่อไปถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านไม้สองชั้นใต้ถุนโล่ง บนบ้านบริเวณระเบียงนั่งเล่น พบศพนายชัยณรงค์ บุตรรัตน์ อายุ 61 ปี เจ้าของบ้านนั่งเอนเสียชีวิตอยู่ สภาพสวมกางเกงแพรขายาวสีเทาขาว สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สวมทับด้วยเสื้อแจคเก็ตสีน้ำเงิน มีหยดเลือดไหลนองลงไปยังพื้นคอนกรีตใต้ถุนบ้าน พบว่าบริเวณเหนือราวนมซ้ายถูกแทงทะลุเสื้อยืดเข้าไปเป็นแผล 1 แผล ตัดขั้วหัวใจ ไม่พบอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ แต่ด้านล่างใต้ถุนบ้านตรงกับบริเวณที่ผู้ตายนั่งอยู่ พบปลอกมีดปลายแหลมสีดำยาวประมาณ 20  ซม.และกระเป๋าสะพายตกอยู่ใกล้ๆกองเลือด คาดว่าอาจจะเป็นปลอกของมีดปลายแหลมที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ และหลังเกิดเหตุพบว่าคนงานที่นายชัยณรงค์ ให้มาช่วยตัดหญ้า เลี้ยงวัว เลี้ยงหมูให้ หายไป

จากการสอบถามญาติๆทราบว่า นายชัยณรงค์ ผู้ตายเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี ไม่เคยมีเรื่องกับใคร และเป็นอดีต สมาชิก อบต. แต่สมัยนี้ไม่สมัครลงเลือกตั้ง ก่อนหน้านี้นายชัยณรงค์ได้ให้ นายเบียร์ (ชื่อเล่นยังไม่ทราบชื่อจริง) อายุประมาณ 20 ปีเศษ เป็นคนต่างหมู่บ้านมาช่วยเลี้ยงสัตว์ ตัดหญ้า ให้แบบเช้าไปเย็นกลับ โดยจ้างมาเป็นครั้งคราว ต่อมาเมื่อ 4 วันที่แล้ว นายเบียร์บอกว่าทะเลาะกับผู้ปกครองจนถูกไล่ออกจากบ้าน นายชัยณรงค์สงสาร จึงบอกภรรยาและลูกว่า ให้นายเบียร์ มาอาศัยอยู่ด้วยไปก่อน โดยบริเวณพื้นที่บ้านมีบ้านอยู่หลายหลัง แบ่งเป็นสัดส่วนให้ภรรยาและลูกๆอยู่ ส่วนบ้านหลังเกิดเหตุก็ได้ให้นายเบียร์มาอยู่ชั่วคราว และหลังเกิดเหตุก็ไม่พบนายเบียร์ ส่วนภรรยาและลูกบอกว่าไม่ได้ยินเสียงผิดปกติอะไรเลย จนกระทั่งมีญาติโทรมาหาว่าโทรศัพท์หานายชัยณรงค์ แต่ไม่รับสายสักที จนกระทั่งเดินหาจึงพบว่าถูกแทงเสียชีวิตอยู่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามหาตัวนายเบียร์มาสอบถามอีกครั้งหนึ่งว่ามีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายชัยณรงค์หรือไม่

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นที่เกิดเหตุเอาไว้ห้ามไม่ให้ใครเข้าไป เพราะเกรงว่าอาจจะกระทบกับการตรวจหาวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ และจะรอให้สว่างเพื่อให้แพทย์มาชันสูจน์พลิกศพและตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียดต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง