สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

ต้นสังกัดสั่งปลด อาสาสมัครทหารพราน ก่อเหตุกราดยิงหน้าสถานบันเทิง จ.ยะลา

สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ต้นสังกัดทหารพราน สั่งปลด และสอบวินัยร้ายแรงบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยืนยันจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง หรือยุ่งเกี่ยวคดี อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

นี่เป็นภาพกล้องวงจรปิดด้านข้างสถานบันเทิงดังกล่าว จะได้ยินเสียงปืนดัง 12 ครั้ง จากนั้นก็เงียบไปประมาณ 30 วินาที ก่อนจะมีเสียงยิงปืนแบบรัว ๆ อีกครั้ง ทำให้เสียงเพลงในสถานบันเทิงดังกล่าวเงียบลง จากนั้นก็มีเสียงตะโกนผ่านไมค์ว่า "มึงทำอะไรของมึงเนี้ย มึงทำอะไร"

จากกรณีผู้ต้องหากราดยิงหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่งจังหวัดยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บสาหัส 1 คน ภาพกล้องวงจรปิด จำนวน 4 จุด สามารถบันทึกภาพได้ตั้งแต่รถยนต์ผู้ต้องหาเข้ามาจอดบริเวณหน้าสถานบันเทิง พร้อมเพื่อชายอีก 3 คน ก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน จากนั้นจะเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาเดินกลับมาที่รถยนต์อีกครั้ง โดยมีหญิงอายุ 38 ปี (ผู้เสียชีวิต) วิ่งตามมา ก่อนที่ทั้งคู่จะมีปากเสียงกัน ไม่ถึง 1 นาที ผู้ต้องหาได้หยิบอาวุธปืนอาการ์ที่อยู่ในรถยนต์ออกมากระหน่ำยิงหญิงดังกล่าวล้มลงไปกับพื้น ก่อนจะกราดยิง จำนวน 12 ครั้ง ทำให้คนที่อยู่ใกล้เคียงวิ่งหลบกระสุนกันจ้าละหวั่น เพียง 30 วินาทีเท่านั้น ผู้ต้องหาก้มลงไปหยิบแม็กกาซีนชุดที่ 2 กราดยิงอีกครั้ง ส่วนกล้องวงจรปิดอีกมุม หากนำคลิปทั้งหมดมาต่อกันจะมีเสียงชายคนหนึ่งพูดกับผู้ก่อเหตุว่า "มึงเป็นอะไร มึงทำอะไรของมึงเนี้ย ยิงเพื่ออะไร?" ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะวิ่งขึ้นรถยนต์หลบหนีไปทันที

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายหัสชัยชาญ ซึ่งเป็นอาสาสมัครทหารพราน สังกัดกรมทหารพรานที่ 49 จังหวัดนราธิวาส โดยเมื่อวานนี้ (13 ส.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดยะลา ฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี โดยระหว่างที่ถูกควบคุมตัวไปฝากขัง ผู้ต้องหา มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามใด ๆ ต่อสื่อมวลชน

ด้าน พลตรี อุทิศ อนันตนานนท์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ไปเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ และเยี่ยมปลอบขวัญญาติผู้เสียชีวิต ที่วัดเมืองยะลา ยืนยันว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในฐานะของหน่วยบังคับบัญชา จะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของตำรวจ พร้อมทั้งมีคำสั่งไล่ผู้ต้องหาออกจากการเป็นอาสาสมัครทหารพรานแล้ว และตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อลงโทษทางวินัยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ทั้งหมด รวมไปถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นใน 2 ระดับด้วย เนื่องจากพบว่าอาวุธที่นำมาก่อเหตุ เป็นการนำออกมาจากหน่วยโดยไม่ได้รับอนุญาต
   
นอกจากนี้ ยังกำชับไปยังกำลังพลทุกหน่วยและผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ให้กวดขันกำกับดูแลการปฏิบัติของกำลังพลในทุกระดับ ในเรื่องการรักษาวินัย การดื่มสุรา การทะเลาะวิวาท และการพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หากฝ่าฝืนหรือเกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก จะมีมาตรการลงโทษสถานหนักทั้งผู้กระทำความผิด ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และผู้บังคับบัญชา ทั้งทางวินัยและอาญา

ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค.4 สน.) ได้โพสต์ข้อความบนเว็บไซด์ว่า "จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บจากการกระทำของกำลังพล ถึงว่าแม้เรื่องดังกล่าว จะเป็นการกระทำส่วนบุคคลก็ตาม แต่ในฐานะของหน่วยบังคับบัญชา จะได้เข้าไปช่วยเหลือดูแลตามหลักมนุษยธรรม แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิต ตามความเหมาะสม สำหรับการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด ในส่วนของตำรวจ ยืนยัน กอ.รมน.ภาค 4 สน. จะไม่เข้าไปแทรกแซง หรือชี้นำแต่อย่างใด รวมทั้งจะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อรับโทษทางวินัยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ทั้งหมด รวมไปถึงผู้บังคับบัญชา ตามลำดับชั้น จำนวน 2 ระดับ หากพบว่ามีความผิด หรือบกพร่องในหน้าที่จะดำเนินการลงทัณฑ์ทางวินัยตามความเหมาะสมต่อไปด้วย