เช้านี้ที่หมอชิต

แจ้งจับพ่อเสี่ยบี ใช้ชื่อลูกเปิดผับ ด้านญาติเหยื่อร้องกองปราบฯ ทำคดีแทนตำรวจพื้นที่

เช้านี้ที่หมอชิต - ความคืบหน้าเมาท์เทนบี ผับมรณะ ล่าสุดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 19 รายแล้ว ซึ่งคนล่าสุดเป็นผู้หญิงที่ได้รับบาดแผลจากเพลิงไหม้แบบ 100 เปอร์เซ็นทั่วทั้งร่างกาย ก่อนหน้านี้แพทย์พยายามให้ยากระตุ้นหัวใจหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล ส่วนเรื่องคดีตำรวจพบว่าเจ้าของผับตัวจริงไม่ใช่เสี่ยบี

สำหรับผู้เสียชีวิตรายที่ 19 คือ นางสาวอาทิตยา อินศิริ หรือ ไอซ์ อายุ 23 ปี เป็นแฟนสาวของ นายฉัตรชัย ชื่นค้า หรือ อิ่ม อายุ 30 ปี นักร้องนำที่เสียชีวิตในคืนเกิดเหตุ ซึ่งถูกย้ายจากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อำเภอสัตหีบ ไปที่โรงพยาบาลชลบุรี หลังรักษาตัวแค่คืนเดียว ตลอดการรักษาต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากมีบาดแผลลึกที่เกิดจากไฟไหม้ 100% ร่างกายทั้งหมดถูกพันด้วยผ้าก๊อซ การตอบสนองน้อยลง พร้อมกับมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด และเกิดภาวะช็อกทำให้เสียชีวิตลงในที่สุด โดยในช่วงสายของวันนี้ นางวีณา อินศิริ อายุ 54 ปี แม่ของน้องไอซ์และครอบครัว จะเดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลชลบุรี มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ที่วัดนาตาขวัญ อำเภอเมืองระยอง

สรุปสถานการณ์ตอนนี้ เหตุเพลิงไหม้เมาท์เทน บี มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 13 ราย บาดเจ็บ 42 ราย รวมเป็น 55 ราย เสียชีวิตภายหลัง 6 ราย รวมเสียชีวิต 19 ราย กลับบ้านแล้ว 11 ราย และยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 25 ราย ในจำนวนนี้ใส่ท่อช่วยหายใจ 8 ราย

ขณะที่เมื่อวานนี้ ที่กองบังคับการปราบปราม ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนเพื่อความยุติธรรม ได้พาญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไปยื่นหนังสือขอให้โอนคดีมายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เนื่องจากเกรงว่าจะมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จนทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยได้เดินทางไปทั้งหมดรวม 13 ครอบครัว

นอกจากนี้ ทนายรณรงค์ ยังเปิดเผยหลักฐานสำคัญที่นำมามอบให้ตำรวจเพิ่มเติม เป็นสลิปการโอนเงินค่าเครื่องดื่มจากลูกค้าที่ไปเที่ยวผับ แสดงเวลา 02.00 น. ซึ่งเกินจากช่วงเวลาที่ร้านสามารถเปิดให้บริการได้ตามกฎหมาย เพราะร้านนี้จะเปิดถึง 04.00 น. เหตุใดจึงยังไม่มีผลการสอบเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุดังกล่าว จากนี้จะทยอยนำข้อมูลให้กองปราบปราม คนที่นำเบาะแสมาให้ตนก็ยังกลัว เพราะมีภาพที่เจ้าหน้าที่ไปไหว้บุคคลหนึ่งในผับ ดังนั้นจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเจ้าของคนเดียว

หลัง ทนายรณรงค์ พาญาติมาร้องกองปราบ ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในจังหวัดระยอง มีความคืบหน้า ศาลจังหวัดพัทยา ได้ออกหมายจับ นายสมยศ ปั้นประสงค์ อายุ 55 ปี พ่อของเสี่ยบี หรือ นายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ เจ้าของเมาน์เทน บี ในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย สาหัส และร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

เพราะจากการสอบปากคำ พบว่า มีความเชื่อมโยงด้านการเงิน ซึ่ง นายสมยศ เป็นคนลงทุน แต่ใช้ชื่อลูกชาย เสี่ยบี ในการดำเนินกิจการ และเป็นที่ทราบกันดี นายสมยศ หรือ เสี่ยยศ ค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังในพื้นที่สัตหีบ เป็นเจ้าของโรงฆ่าสัตว์รายใหญ่ที่สุดในสัตหีบ

ซึ่งหลังมีการออกหมายจับมีกระแสข่าวว่า นายสมยศ ได้เดินทางออกไปต่างจังหวัดแล้ว โดย พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี เร่งออกติดตามจับกุมตัว พร้อมทั้งประสานญาติให้เข้ามามอบตัว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนเรื่องของการเยียวยาตอนนี้ยังไม่ได้มีการชี้แจงอย่างชัดเจนว่าจะชดใช้ให้กับผู้เสียหายอย่างไรบ้าง มีเพียงค่าทำศพเบื้องต้นรายละ 50,000 บาท ทำให้เมื่อวานนี้มีกลุ่มนักดนตรี ชมรมนักดนตรีอาชีพเมืองพัทยา PPMC ร่วมกันจัดแสดงตอนเสิร์ตการกุศล นำรายได้ช่วยเหลือนักดนตรีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ซึ่งก็มีศิลปินในพื้นที่หลายคนร่วมขึ้นแสดงด้วย