ข่าวออนไลน์7HD

สบส. เผยผลสำรวจ พบคนไทยเมินการเว้นระยะห่าง ขณะที่มองว่าใส่แมสก์สำคัญ ลดลง 11.06%

สบส. เผยผลสำรวจ พบคนไทยเมินการเว้นระยะห่าง ขณะที่มองว่าใส่แมสก์สำคัญ ลดลง 11.06%
จากสถานการณ์ติดเชื้อโควิด 19 แม้จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ยังทรงตัว แต่ยอดปอดอักเสบยังสูงอยู่มาก อีกทั้งยังมีโอกาสกลายพันธุ์ได้นั้น

ล่าสุด นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยผลการสำรวจเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงโรคโควิด-19 ว่า สบส.โดยกองสุขศึกษา ได้ทำการสำรวจการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงโรคโควิด-19 เปรียบเทียบในช่วงวันที่ 5-31 มี.ค.65 จำนวน 113,847 คน และช่วงวันที่ 1-20 ก.ค. 65 จำนวน 28,487 คน ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยทำการเปรียบเทียบการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ผลการสำรวจพบพฤติกรรมเสี่ยงติดโควิด-19 ที่กลับมาเพิ่มสูงขึ้น คือ การไม่เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร โดยมีความเสี่ยงเพิ่ม ร้อยละ 4.27

นอกจากนี้ ยังสำรวจความตระหนักรู้ต่อพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล โดยประเด็นการสวมหน้ากากอนามัยเป็นเรื่องสำคัญ ประชาชนมีความตระหนักลดลง ร้อยละ 11.06 ทั้งนี้ มาตรการผ่อนคลายการสวมหน้ากากอนามัย และมาตราการต่างๆ ที่คนไทยมีการพบปะใกล้ชิดกันมากขึ้น ทำให้การระมัดระวังตัวในการเว้นระยะห่างลดลง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention อย่างเคร่งครัดเช่นเดิม

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงทรงตัว และปัจจุบันมีมาตรการผ่อนคลายที่ทำให้ประชาชนสามารถทำกิจกรรมได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนด้วยการปฏิบัติตามมาตรการของ สธ. ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับโรคโควิด-19 ได้ เป็นวิถีใหม่ โดยเน้นมาตรการ VUCA คือ Vaccine ฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนด Universal Prevention ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล COVID Free Setting มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร ตรวจ ATK เมื่อมีความเสี่ยง และมาตรการ DMHTTA อยู่ห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ วัดอุณหภูมิ ตรวจเชื้อ ใช้แอพพลิเคชั่นคัดกรองโควิด-19 อย่างเคร่งครัด