เช้านี้ที่หมอชิต

ร้อง รพ.ส่งทำคลอดช้า ปล่อยรอนานจนน้ำคร่ำแห้ง

เช้านี้ที่หมอชิต - มีกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เตือนคนที่กำลังตั้งครรภ์ว่าอย่าไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครปฐม เพราะนอกจากไม่ทำคลอดให้ ยังไล่ให้กลับบ้านหลายครั้ง จนสุดท้ายผู้เป็นแม่นอนรอจนถุงน้ำคร่ำแตกและแห้ง หมอจึงทำเรื่องส่งไปที่โรงพยาบาลศูนย์อีกแห่ง และคลอดเด็กก่อนถึงมือหมอ แต่สภาพเด็กค่อนข้างหนักเพราะไม่หายใจชั่วขณะ

ผู้โพสต์ข้อความนำเรื่องราวของลูกสะใภ้ อายุ 17 ปี ที่ตั้งครรภ์กับลูกชายตัวเอง โดยเล่าว่า ลูกสะใภ้อายุ 17 ปี ครบกำหนดคลอดวันที่ 5 สิงหาคม แต่ไม่มีอาการจึงปล่อยมาจนถึงวันที่ 9 สิงหาคม ช่วงเที่ยงคืน ลูกสะใภ้มีน้ำคร่ำกับมูกเลือดไหลออกมา จึงให้ลูกชายพาลูกสะใภ้นั่งรถจักรยานยนต์ไปโรงพยาบาลคู่กรณี ถึงโรงพยาบาลประมาณ 01.00 น. วันที่ 10 สิงหาคม หมอตรวจปากมดลูก บอกว่าเปิดแค่ 1 เซนติเมตร จึงให้กลับบ้าน แต่ลูกสะใภ้บอกบ้านอยู่ไกล หมอให้นอนโรงพยาบาล และบอกว่าเช้าจะตรวจอีกครั้ง จนช่วงบ่ายหมอมาเปลี่ยนเวร และตรวจมดลูกให้ บอกมดลูกเปิดเพิ่มอีก 1 เซนติเมตร หมอเวรบ่ายจึงบอกให้กลับบ้าน ลูกสะใภ้กับลูกชายเลยกลับบ้าน

เช้าวันที่ 11 สิงหาคม ลูกสะใภ้กับลูกชายนั่งรถจักรยานยนต์ออกไปตรวจครรภ์อีกครั้ง ที่คลินิกที่ฝากครรภ์อีกตึก และเป็นของโรงพยาบาลคู่กรณี โดยลูกสะใภ้เล่าให้หมอห้องฝากครรภ์ฟังว่า มาห้องคลอดแล้ว แต่หมอให้กลับบ้าน หมอที่รับฝากครรภ์จึงตรวจให้ และให้ไปติดต่อห้องคลอดที่อยู่อีกตึกใกล้ ๆ กัน เมื่อหมอตรวจมดลูกปรากฏว่าปากมดลูกเปิดเพิ่มแค่ครึ่งเซนติเมตร รวมทั้ง 2 วัน ปากมดลูกเปิด 2.5 เซนติเมตร หมอจึงให้กลับบ้านอีก

แต่กลับมาได้ไม่นาน ลูกสะใภ้เริ่มเจ็บท้องถี่ขึ้น จึงกลับไปที่โรงพยาบาลก่อนห้องฉุกเฉินจะให้ไปห้องคลอด นอนรอจนน้ำคร่ำแตกและแห้ง แต่หมอยังไม่ทำอะไร นอกจากให้น้ำเกลือ จนเกือบ 15.00 น. มีพยาบาลอีกคนมาล้วงดูช่องคลอดแล้วเจอหัวเด็ก จึงคุยกันว่าต้องรีบทำเรื่องส่งไปโรงพยาบาลอีกแห่ง เพราะน้ำคร่ำแห้งอาจส่งผลอันตรายต่อเด็ก เมื่อไปถึงโรงพยาบาลอีกแห่ง ช่วงค่ำวันนั้นหมอต้องรีบปั๊มหัวใจ เพราะเด็กมีอาการสำลัก และขาดออกซิเจน ความดันต่ำ ต้องเข้าห้องไอซียูเด็กด่วน

แม่สามีของแม่เด็ก บอกว่า ตัวเองต้องการให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ แต่หากหลานตัวเองเป็นอะไรร้ายแรงจะฟ้องร้องอย่างแน่นอน ตอนนี้ขอให้หลานดีขึ้นก่อน เพราะหลานยังอยู่ที่โรงพยาบาล และหมอเพิ่งเจาะเลือดจากบริเวณหัวไปตรวจ ซึ่งผลเลือดออกมาปกติดี แต่ยังต้องอยู่ในการดูแลของหมอก่อน

ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม บอกว่า กรณีนี้หากเกิดความเสียหายขึ้น สามารถฟ้องร้องได้ หากเป็นโรงพยาบาลของรัฐ ร้องเรียนที่สาธารณสุขจังหวัดเพื่อฟ้องร้องกับโรงพยาบาล ไม่ใช่ตัวแพทย์ ถ้าเป็นของเอกชนให้ร้องไปที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานในการรักษา ซึ่งการปล่อยให้ผู้ป่วยรอการรักษานานถือเป็นความผิด

นายรณณรงค์ ยังบอกด้วยว่า กรณีหากครอบครัวติดใจและอยากจะดำเนินการเอาผิด สามารถมาร้องเรียนที่ตัวเองได้โดยตรง เพราะตัวเองเคยช่วยเหลือเคสที่ได้รับความเสียหายจากโรงพยาบาลมาค่อนข้างเยอะ