สนามข่าว 7 สี

ล่าหลานใจทมิฬ ฆาตกรรมน้าชาย ทิ้งศพริมถนนเข้าหมู่บ้าน

สนามข่าว 7 สี - คดีนองเลือดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ชายอายุ 30 ปี ถูกหลานชายอายุ 20 ปี ทำงานเป็นพลอาสาสมัคร สังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ใช้มีดฟันเสียชีวิต ทิ้งศพไว้ริมถนนทางเข้าหมู่บ้าน ส่วนผู้ก่อเหตุหลบหนีไปได้ ขณะที่ญาติ ๆ เองก็มืดแปดด้าน เพราะไม่มีใครรู้ว่าทั้งคู่มีเรื่องขัดแย้งอะไรกัน

เหตุการณ์นี้ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.เมื่อวานนี้  (16 ส.ค.) ว่ามีคนถูกทำร้ายเสียชีวิต บริเวณถนนสายบ้านเกาะโพธิ์-บ้านโอเสา หมู่ 8 ตำบลบางจาก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จึงประสานกำลังและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นชายอายุ 30 ปี นอนร่างโชกเลือดอยู่ในพงหญ้า ริมถนนทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างขึ้นมาให้แพทย์ตรวจพลิกศพในเบื้องต้น พบศีรษะและใบหน้ามีบาดแผลถูกฟันด้วยอาวุธมีคม เป็นแผลเหวอะหวะ และเมื่อค้นในตัวพบกระเป๋าสตางค์ด้านในมีเงินสดใส่ไว้จำนวนหนึ่ง

จากการสืบสวนสอบสวนของตำรวจพบข้อมูลว่า ช่วงเย็นวานนี้ (16 ส.ค.) หลังจากที่ชายอายุ 30 ปี เลิกงานแล้วได้ซื้อขนมมาให้ลูกสาวที่บ้าน จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปโดยไม่บอกกล่าวคนในครอบครัวว่าจะไหน หรือทำธุระอะไร กระทั่งมีคนมาพบถูกทำร้ายเสียชีวิต

กระทั่งต่อมาตำรวจไปได้ข้อมูลจากพยานคนหนึ่ง เล่าว่า ขณะชายอายุ 30 ปี ขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนน ก่อนจะถึงหน้าบ้านของเธอ ปรากฏมีชายอายุ 20 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของผู้เสียชีวิต และยังทำงานเป็นพลอาสาสมัคร สังกัดค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี แต่เพิ่งจะกลับมาพักที่บ้านเมื่อช่วงเช้า (16 ส.ค.) ก็มาดักรอทำร้ายชายอายุ 30 ปี โดยใช้มีดพร้าฟันร่างกายจนแน่นิ่งเสียชีวิต และเมื่อก่อเหตุสำเร็จผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตกลับไปที่บ้านของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร โดยพยายามขี่หลบหนี แต่แม่ของผู้ก่อเหตุชิงถอดกุญแจรถออก ทำให้ผู้ก่อเหตุต้องวิ่งหลบหนีหายไปในความมืด และเมื่อถามญาติว่าที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตกับผู้ก่อเหตุมีเรื่องขัดแย้งอะไรกันหรือไม่ ญาติต่างงงไปตามกัน ไม่รู้ชนวนเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นว่ามาจากอะไร

เมื่อคืนตำรวจชุดสืบสวนได้กระจายกำลังออกไล่ล่าผู้ก่อเหตุตามสถานที่ต่าง ๆ แต่ยังไม่พบตัว พร้อมกับประสานไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี ต้นสังกัดที่ผู้ก่อเหตุทำงานอยู่ เนื่องจากเกรงว่าอาจหลบหนีกลับเข้าค่ายทหาร เพื่อนำตัวมาสอบสวนถึงปมเหตุ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป