เช้านี้ที่หมอชิต

ตีตรงจุด : ธรรมชาติเปลี่ยน ไทยปรับ รับมือน้ำท่วม

เช้านี้ที่หมอชิต - ตีตรงจุด วันนี้ ปักหมุดสถานการณ์น้ำ ที่ฝนถล่มทำเอาหลายพื้นที่จมบาดาล อย่างใน กทม. ก็จะเห็นภาพน้ำท่วมขังยาวนานในหลายเขต คนกรุงโพสต์ฟ้องกันจ้าละหวั่น บางคนใช้เวลาเดินทางกลับบ้านยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง มีสาเหตุจากอะไร รัฐบาลควรรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างไร แต่ก่อนที่จะไปตีตรงจุดกัน ไปดูภาพจากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นกันก่อน

ภาพที่เราเห็นกันในหลาย ๆ จุดทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ถูกพลังของมวลน้ำที่เกิดจากฝนตกหนักเมื่อคืนวันที่ 6 กันยายน เรียกว่าเดือดร้อนกันทั่วหน้า ลุ้นระทึกทุกวินาที ซึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยา อธิบายปรากฏการณ์เช่นนี้ว่ามาจากอิทธิพลของร่องมรสุมที่มีกำลังแรง เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่มาปกคลุมทางภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน จึงผลักให้ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทย จึงมีความแปรปรวนของอากาศมากขึ้น ทำให้มีฝนฟ้าคะนอง ฝนตกเยอะ ตกแช่ ตกหนักสลับเบาตลอดทั้งคืน ซึ่งจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องอีก 2-3 วัน ตามที่คาดการณ์ว่าเดือนกันยายน ฝนตกมากที่สุดของปี

ส่วนความกังวลว่าสถานการณ์น้ำจะเหมือนกับปี 2554 หรือไม่นั้น ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ย้ำว่าช่วงปี 2554 ฝนเกินค่าเฉลี่ยไป 27 เปอร์เซ็นต์ จากค่ามาตรฐาน 30 ปี ส่วนปี 2565 เกินไปแค่ 21 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้ำยังน้อยกว่าปี 2554 ที่มีฝนตกภาคเหนือ ภาคอีสาน และมีพายุเข้าตรง ๆ 1-2 ลูก ส่วนปีนี้ฝนกระจายและมีปริมาณน้อยกว่า

ขณะที่การรับมือกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. เรื่องนี้ ประธานสถาบันโลกร้อนศึกษาประเทศไทย มูลนิธินภามิตร วิเคราะห์ว่า ทั้งรัฐบาล และ กทม. ต้องปรับวิธีบริหารจัดการน้ำใหม่ โดยควรสรรหานวัตกรรมมาใช้เหมือนอย่างกับประเทศจีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ที่สร้างพื้นที่ให้เป็นเหมือนฟองน้ำ เพื่อหน่วงน้ำไว้จนไม่เกิดน้ำหลากท่วมก่อความเสียหาย

สำหรับโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศทั้งระบบ เพื่อแก้ปัญหาทั้งแล้ง ทั้งท่วม ขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ผ่านแผนยุทธศาสตร์ บริหารจัดการน้ำ 5 ปี ที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการ โดยเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

มีการใช้งบประมาณในการบริหารจัดการน้ำปี 2564 มหาศาลเลยทีเดียว สูงถึง 115,448 ล้านบาท ก่อนที่จะลดลงในปี 2565 เหลือ 63,133 ล้านบาท และในปี 2566 มีการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ไว้มากถึง 334,256 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นการจัดสรรเพื่อการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย วงเงิน 125,640 ล้านบาท

ส่วนการบริหารจัดการ มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. ล่าสุดกำชับให้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ทำงานเชิงรุก พร้อมมี 7 ข้อสั่งการเพิ่มเติม คือ 1.ใน กทม.ให้หน่วยงานที่รับมอบหมายประสานงานกับ กทม.โดยเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที เฝ้าระวังระบบระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม รายงานปริมาณน้ำฝน รวมถึงขีดความสามารถในการรับน้ำ และระบายน้ำของทุกเขื่อน ประเมินสถานการณ์น้ำทั้งปริมาณน้ำฝน น้ำในเขื่อน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และระดับน้ำทะเลหนุนตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจสอบความพร้อมและประสิทธิภาพแนวกระสอบทราย ป้องกันน้ำท่วมทุกจุด เพื่อรองรับสถานการณ์ หากต้องดำเนินการเร่งด่วนและติดขัดให้รายงานรองนายกรัฐมนตรีอย่างทันที