เช้านี้ที่หมอชิต

ตีตรงจุด : คลี่ปม ปล่อยตัวนักโทษ แล้วเรียกกลับไปรับโทษใหม่

เช้านี้ที่หมอชิต - ตีตรงจุด วันนี้ ปักหมุดเรื่องวุ่น ๆ ของกรมราชทัณฑ์ จากกรณีที่มีผู้ต้องขังซึ่งได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ เพราะถูกเสนอชื่อให้รับสิทธิลดหย่อนโทษ แต่กลับถูกศาลออกหมายเรียกให้กลับไปรับโทษที่ยังเหลือ จนต้องออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับเรื่องที่เกิดขึ้น ปัญหาเกิดจากอะไร มีคำชี้แจงอย่างไรจากกรมราชทัณฑ์ มีช่องว่างตรงไหนต้องอุดหรือไม่ ไปตีตรงจุดกันเลย

เรื่องนี้กลายเป็นข่าวเป็นคราวขึ้นมา หลังจาก นายธีรพัฒน์ ซึ่งเป็นเจ้าของสวนผลไม้ในจังหวัดเชียงราย ถูกศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุก 3 ปี ในความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ นายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือ "ทนายโป้ง" ประธานชมรมทนายความจิตอาสา กรณีที่ตนเองถูกศาลจังหวัดพะเยา ออกหมายเรียกให้ไปรายงานตัว เพื่อรับโทษจำคุกที่เหลืออีกประมาณ 7 เดือน หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เชื่อว่าท่านผู้ชมคงเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้ต้องย้อนไปดูเส้นทางการถูกดำเนินคดีของ นายธีรพัฒน์ ก็จะเห็นคำตอบ

นายธีรพัฒน์ เข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 ระหว่างอยู่ในเรือนจำ ได้รับการเสนอชื่อรับพระราชทานอภัยโทษ 2 ครั้ง และล่าสุดได้รับเสนอชื่อให้เลื่อนชั้นเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ก่อนที่ทางเรือนจำจะปล่อยตัวออกมาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 หลังจากพ้นโทษออกมาก็เริ่มชีวิตใหม่ ลงมือทำธุรกิจหลายอย่าง จนมาทราบว่า ถูกศาลออกหมายเรียกให้ไปติดคุกอีกครั้ง จึงรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่ทราบว่าทางการใช้หลักเกณฑ์ใดถึงไม่อนุมัติให้ได้รับการลดหย่อนโทษ

หลังข่าวที่ นายธีรพัฒน์ ถูกเรียกตัวกลับไปติดคุกอีกรอบเผยแพร่ออกไป เมื่อวานนี้ กรมราชทัณฑ์ ก็ได้ออกหนังสือชี้แจงเรื่องนี้ว่า ทางเรือนจำจังหวัดพะเยา (และเรือนจำอื่นทั่วประเทศ) ได้ส่งเอกสารรายงานการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดประจำเรือนจำมายังกรมราชทัณฑ์ และมีการตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนเสนอต่อปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดย นายธีรพัฒน์ อยู่ในกลุ่มนักโทษที่ได้รับการเสนอชื่อให้เลื่อนชั้นเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม

จึงมีการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษที่เหลืออีก 7 เดือน แต่หลังปล่อยตัว นายธีรพัฒน์ ไปแล้ว กระทรวงยุติธรรม ได้มีหนังสือลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 แจ้งผลว่า "ไม่อนุมัติ" การเลื่อนชั้นของกลุ่มนักโทษดังกล่าว ทำให้ นายธีรพัฒน์ ไม่ได้รับการเลื่อนชั้นเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม เพราะหลักเกณฑ์ให้พักโทษในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว จึงต้องเรียกตัวให้กลับมารับโทษที่เหลือให้ครบตามกำหนด ซึ่งทางเรือนจำฯ ได้แจ้งผลไปยัง นายธีรพัฒน์ แล้ว แต่ได้รับการปฏิเสธ จึงต้องไปร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกตัวให้กลับมารับโทษ และศาลได้ออกหมายเรียกให้มารับโทษที่เหลืออยู่อีก 7 เดือน 29 วัน
   
สำหรับเรือนจำจังหวัดพะเยามีทั้งหมด 241 คน แต่มีผู้ต้องขัง 2 ราย ที่อยู่ในเกณฑ์ต้องเรียกกลับมารับโทษ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ได้กลับเข้ามารับโทษต่อในเรือนจำแล้ว เหลือเพียง นายธีรพัฒน์ เพียงรายเดียว ที่ออกมาร้องขอความเป็นธรรม

เมื่อวานนี้ ทีมข่าว 7HD ได้พูดคุยกับ นายธีรพัฒน์ หลังไปออกรายการ "ถกไม่เถียง" ซึ่งบอกว่า ช่วงสายของวันนี้จะไปพร้อมกับ นายสนธิญา สวัสดี เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกับกระทรวงยุติธรรม ให้พิจารณาใช้การลงโทษอื่นแทนการกลับไปรับโทษในเรือนจำ เพราะมองว่านับตั้งแต่เวลาที่ได้รับการปล่อยตัวออกมาจนถึงวันนี้ ก็เลยเวลา 7 เดือนแล้ว อีกทั้งผู้ที่ได้รับการลดหย่อนโทษที่ถูกปล่อยออกมาพร้อมกัน ก็ไม่ได้มีแค่ 2 คน เหมือนที่มีการชี้แจงออกมาจากกรมราชทัณฑ์ จึงอยากให้กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบและให้ความเป็นธรรม

ส่วนเรื่องการพิจารณาฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย ยังไม่พิจารณาถึงเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่า นับตั้งแต่ที่ทราบว่าอาจจะต้องกลับไปติดคุกอีกครั้ง ก็ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ลงทุนไว้ เกิดความเสียหายไม่น้อยกว่าหลักล้านบาทแล้ว

ขณะที่ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกว่า นายธีรพัฒน์ ต้องกลับมารับโทษ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น จะมีการฟ้องแพ่งเรียกค่าชดเชยกับกรมราชทัณฑ์ เป็นเรื่องที่สามารถใช้สิทธิดำเนินการได้ตามกฎหมาย พร้อมกับยืนยัน กระบวนการปล่อยตัวผู้ต้องขังไม่ได้มีปัญหา เรื่องนี้ยังคงไม่จบง่าย ๆ เพราะ นายธีรพัฒน์ ยังยืนยันสู้ต่อ