ข่าวออนไลน์7HD

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ เผยโควิดเจน 3 "โอมิครอน" BA.2.75.2 ในไทยพบแล้ว 1 คน

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ เผยโควิดเจน 3 "โอมิครอน" BA.2.75.2 ในไทยพบแล้ว 1 คน
วันนี้ (13 ก.ย.65) ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงโควิด-19 เจเนอเรชัน 3 เป็นโอมิครอนสายพันธุ์ BA.2.75.2 โดยข้อความตอนหนึ่งระบุว่า สถาบันจีโนมประเทศอินเดีย แถลงเตือนว่าโอมิครอน BA.2.75 ซึ่งเริ่มพบระบาดในอินเดียมาตั้งแต่เดือน พ.ค.65  คิดเป็น 82.9% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการที่ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านไม่ยอมรับคือ “เซนทอรัส หรือมนุษย์ครึ่งคนครึ่งม้าในเทพนิยายกรีก” อันมีนัยถึงการกลายพันธุ์ไปมากที่สุดเมื่อเทียบกับไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์อื่นที่เคยมีการระบาดมาก่อนหน้า

ขณะนี้พบว่าโอมิครอน BA.2.75 ได้มีการกลายพันธุ์ต่อเนื่องไปอย่างไม่หยุดยั้ง หนึ่งในสายพันธุ์ย่อยที่กลายพันธุ์ไปคือ “BA.2.75.2”  โดยมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า "เซนทอรัส 2.0" เนื่องจากเป็นลูกคนที่สองของ BA.2.75 (ลูกคนแรกคือ BA.2.75.1)

ผู้เชี่ยวชาญภูมิคุ้มกันวิทยาจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ทวีตว่า โอมิครอน BA.2.75.2 เป็นสายพันธุ์ที่หลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุดในปัจจุบัน อาจก่อให้เกิดการแพร่เชื่อได้มากขึ้นไปอีกในอนาคต โอมิครอน BA.2.75 กลายพันธุ์มาจาก BA.2 ถือได้ว่าเป็นเจเนอเรชัน 2โดยมีการกลายพันธุ์ต่างจากไวรัสดั้งเดิม (อู่ฮั่น) 95-100 ตำแหน่ง มีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด ประมาณ 37% เมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์อื่นที่ระบาดอยู่ในอินเดียในปัจจุบัน

โอมิครอน BA.2.75.2  กลายพันธุ์มาจาก BA.2.75  ถือได้ว่าเป็นเจเนอเรชัน 3 โดยมีการกลายพันธุ์ต่างจากไวรัสดั้งเดิม (อู่ฮั่น) 95 -100 ตำแหน่ง โอมิครอน BA.2.75.2  มีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาดถึง 90%  เมื่อเปรียบเทียบกับ BA.5 และ 148% เมื่อเปรียบเทียบกับ BA.4  ที่ระบาดอยู่ทั่วโลก

โอมิครอน BA.2.75.2 มีการกลายพันธุ์บริเวณส่วนหนาม 3 ตำแหน่งที่ต่างไปจากโอมิครอน BA.2 และ BA.2.75 จากการสืบค้นจากฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมโควิดโลก “GISAID” พบ “โอมิครอน BA.2.75.2 จากประเทศไทยที่อัปโหลดขึ้นมาบน GISAID เพียงรายเดียว” จึงยังไม่สามารถคำนวณความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด เปรียบเทียบกับโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ที่ระบาดในประเทศไทยได้ เพราะจำนวนตัวอย่าง BA.2.75.2 ในประเทศไม่มากพอ

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ มีความจำเป็นที่จะต้องแยกโอมิครอนสายพันธุ์ต่างๆ ออกจากกันให้ได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 24-48 ชม. เพราะการรักษาโควิด-19 เริ่มมีลักษณะมุ่งเป้ามากขึ้น ต่างจากการรักษาในช่วงต้นของการระบาด เนื่องจากเวชภัณฑ์ อาทิ วัคซีน เข็มหลักและเข็มกระตุ้น ยาต้านไวรัส และแอนติบอดีสังเคราะห์ หลายประเภทมีประสิทธิภาพในการป้องกันหรือรักษา แต่ละสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน