สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ไล่ล่ากลุ่มวัยรุ่นยกพวกสาดกระสุน เขตมีนบุรี กทม.

สนามข่าว 7 สี - ตำรวจได้เบาะแสกลุ่มชายฉกรรจ์ที่สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ยกพวกใช้อาวุธปืนยิงถล่มคู่อริย่านมีนบุรี ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนเกลื่อนถนน แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไร้คนเจ็บ แต่สร้างความหวาดผวาให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก ติดตามจากรายงาน คุณศิรัณพร มูลอุทก

วงจรปิดบริเวณมัสยิดและโรงเรียนสอนศาสนา ริมถนนราษฎร์อุทิศ ซอย 45 เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร บันทึกภาพกลุ่มชายฉกรรจ์ยกพวกสาดกระสุนถล่มคู่อริ ก่อนจะพากันวิ่งกระเจิงหลบหนี ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวน สน.มีนบุรี ลงพื้นที่หาหลักฐาน พบกล้องวงจรปิดภายในชุมชนคู้ล่างสร้างสรรค์ เห็นชายฉกรรจ์มากกว่า 10  คน แต่งกายมิดชิด สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ เดินเรียงแถวข้ามสะพานข้ามคลองแสนแสบ จากฝั่งถนนประชาร่วมใจ 76 ไปยังปากซอยที่เกิดเหตุ จากนั้นกระจายกำลังเข้าไปในโรงเรียนซุ่มดูคู่อริ ก่อนสาดกระสุนกระหน่ำยิงใส่กัน จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นวัยรุ่นในพื้นที่ และน่าจะมีการนัดมาก่อเหตุล้างแค้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ 1 สัปดาห์ มีอริต่างสถาบันยกพวกไล่ยิงกัน

ด้าน ผู้จัดการโรงเรียน เล่าว่า ช่วง 04.00 น. ต้องสะดุ้งตื่น เพราะเสียงปืนดังรัวหลายนัด ด้วยความกลัวจึงไม่กล้าออกมาดู ซึ่งจากกล้องวงจรปิดกลุ่มวัยรุ่นที่ลงมือได้ใช้พื้นที่โรงเรียน และแบริเออร์ถนน เป็นบังเกลอร์ ยิงใส่ฝ่ายคู่อริ ส่วนคู่อริได้ยิงตอบโต้มา ยืนยัน โรงเรียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะสอนเด็กเล็ก ชั้น ป.1 - ป.6 ซึ่งไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง

ผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูล ช่วงเวลาเกิดเหตุ เห็นกลุ่มวัยรุ่นซุ่มอยู่ใต้สะพานฝั่งโรงเรียน และมีรถจักรยานยนต์ 2 คัน ขี่มาจากฝั่งหนองจอก มุ่งหน้ามีนบุรี ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่าย จะเปิดฉากสาดกระสุนใส่กัน จากนั้นวัยรุ่นที่อยู่ในโรงเรียนได้วิ่งตามออกมา ส่วนคนขี่รถจักรยานยนต์ได้เร่งเครื่องหลบหนี คันแรกเลี้ยวเข้าซอยราษฎร์อุทิศ 40 ส่วนอีกคันวิ่งตรงไปมีนบุรี

สำหรับการดำเนินคดี ยังไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ชุดสืบสวนได้แบ่งกำลังลงพื้นที่หาหลักฐาน เบื้องต้น พบปลอกกระสุนปืนขนาด .380 และ 9 มิลลิเมตร อย่างละ 1 ปลอก และปลอกกระสุนแบงก์กัน จำนวน 5 นัด ขณะนี้ทีมทำงานอยู่ระหว่างนำหลักฐานทั้งหมดมาวิเคราะห์เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคล ในการเร่งล่าตัวมือปืนมาดำเนินคดี
 
จากข้อมูลล่าสุดของชุดสืบสวน พบว่ามีผู้ก่อเหตุทั้งหมด 15 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 6 คัน ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมีประมาณ 3-4 กระบอก ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบทะเบียนรถจักรยานยนต์ เพื่อตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี เนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย