ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : กังขา บิ๊กตู่ ตั้งอดีต กรธ. เป็น กก.กฤษฎีกาชุดพิเศษ เอื้อปม 8 ปี

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ พาท่านผู้ชมตรวจสอบปมร้อนวาระ 8 ปี นายกรัฐมนตรี ที่ไม่เพียงมีเรื่องตำแหน่งผู้นำประเทศเป็นเดิมพัน แต่ยังมีข้อครหาการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ตัวเองด้วย เป็นอย่างไร ติดตามกับ คุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

30 กันยายนนี้ ก็จะมีคำชี้ขาดจากศาลรัฐธรรมนูญแล้วว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะได้ไปต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งแนวคำวินิจฉัยก็ยังคงออกได้ 3 แนวทาง คือ นับวาระตั้งแต่รับตำแหน่ง 24 สิงหาคม 2557 ซึ่งจะทำให้ต้องพ้นตำแหน่งไปทันที เนื่องจากเลยเวลา 8 ปี มาแล้ว

แนวทางที่ 2 คือ นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ วันที่ 6 เมษายน 2560 ซึ่งจะทำให้ พลเอกประยุทธ์ มีเวลาในฐานะผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหารอีก 2 ปีเศษ หากมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อเนื่อง

และแนวทางสุดท้าย นับตั้งแต่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังเลือกตั้งก็อยู่ยาวไปได้อีก 4 ปี ถ้าหลังเลือกตั้งได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ ก็จะเท่ากับมีโอกาสอยู่บนตำแหน่งนี้ถึง 12 ปีเต็ม ซึ่งกูรูการเมืองยังเชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญน่าจะชี้ขาดตามแนวทางที่สอง จากนั้นจะมีการยุบสภาหลังการประชุมเอเปก

แต่นอกจากเรื่องเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแล้ว ยังมีผลพวงจากคำชี้แจงของ พลเอกประยุทธ์ ที่อ้างอิงความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดพิเศษ 7 คน ซึ่งล้วนแต่เคยเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น มาให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับปม 8 ปี นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีบทสรุปว่า ให้ พลเอกประยุทธ์ ได้ไปต่อ นับวาระหลังรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ จนเกิดคำถาม ใช้อำนาจนายกฯ ตั้งคนเหล่านี้มาค้ำเก้าอี้ให้ตัวเองหรือไม่

ขณะที่มือกฎหมายของรัฐบาล ออกมาแก้ต่างแทน พลเอกประยุทธ์ ว่าไม่ใช่การตั้งกรรมการกฤษฎีกาชุดพิเศษ มาเพื่อคน ๆ เดียว เพราะเรื่องวาระ 8 ปี ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

สำหรับคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดพิเศษนี้ มีการแต่งตั้ง ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา มีหน้าที่เพียงเรื่องเดียวคือ พิจารณาวาระ 8 ปี การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกลายเป็นกำแพงให้ พลเอกประยุทธ์ ได้ใช้พิง นำไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีบทสรุปให้นับวาระนายกรัฐมนตรี หลังรัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ อีกทั้งข้อห้ามดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี เป็นการจำกัดสิทธิ จึงต้องตีความอย่างแคบ และยังทิ้งท้ายในคำชี้แจงไว้ด้วยว่า ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดี สำนึกในหน้าที่และประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่เคยใช้อำนาจหาผลประโยชน์ ดังนั้น ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นระยะเวลาเท่าใด ก็มิได้ขัดต่อหลักมาตรฐานสากล และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอย่างไร อีกไม่กี่วันก็จะได้ทราบกันแล้ว