ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ร้องตรวจอาคาร สนง.เศรษฐกิจการเกษตร สร้างเสร็จไม่ใช้งาน

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีอาคารของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 16 ล้านบาท แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้ว กลับถูกปิดไม่มีการใช้งานมานาน 2 ปี  ติดเรื่องนี้กับคุณสุธาทิพย์ ผาสุข

อาคารอเนกประสงค์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่เห็นอยู่นี้ กำลังมีประเด็นร้องเรียนให้ตรวจสอบ เกี่ยวกับการใช้งบประมาณที่อาจไม่คุ้มค่า เพราะนับตั้งแต่ที่สร้างเสร็จ ภาพการใช้ประโยชน์ของอาคารหลังนี้ ก็ยังไม่เกิดขึ้น

เอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงแผ่นนี้ คือคำตอบที่ผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร อธิบายผ่านคอลัมน์หมายเลข 7 หลังทีมข่าวลงพื้นที่ไปสำรวจและติดตามโครงการตามข้อร้องเรียน แต่ไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์

เนื้อหาในเอกสาร อธิบายถึงวัตถุประสงค์การก่อสร้างไว้เพื่อใช้สอยในกิจกรรมทั่วไปของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และสาเหตุที่ไม่เปิดใช้งาน เพราะผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างไม่เป็นไปตามสัญญา ในส่วนของการมุงหลังคาด้วยแผ่นเมทัลชีท ซึ่งเดิมทีกำหนดความหนาไว้ที่ 0.55 มิลลิเมตร แต่ผู้รับจ้างใช้วัสดุความหนา 0.47 มิลลิเมตร โดยอ้างว่าสินค้าไม่มีจำหน่ายทั่วไป ต้องสั่งผลิตเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีส่วนของการก่อสร้างทางเดินลาด ที่ก่อสร้างผิดไปจากสัญญา

ทางสำนักงานจึงมีหนังสือให้ผู้รับจ้าง ดำเนินการแก้ไขงาน แต่ผู้รับจ้างกลับเพิกเฉย จึงพิจารณาเห็นว่า หากมีการอนุมัติให้มีการแก้ไขสัญญาด้วยเหตุดังกล่าวแล้ว จะเป็นการไม่รักษาผลประโยชน์ของทางราชการ ก่อนมีการบอกเลิกสัญญาในเวลาต่อมา

ด้านคณะกรรมการตรวจรับงาน อธิบายข้อมูลสาเหตุของปัญหา และความจำเป็นที่ต้องปรับแบบแก้ไขสัญญาระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้โครงการเดินหน้าและใช้ประโยชน์ได้จริง โดยพยายามเสนอแก้ไขสัญญาไปหลายครั้ง แต่ได้รับการปฏิเสธ เป็นเหตุให้อาคารจึงยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้

การเรียกร้องให้เซ็นรับการเพิ่ม-ลด งาน ตามแบบแก้ไขเกือบ 10 ครั้ง แต่ก็ยังหาข้อยุติ หรือ บทสรุปที่ลงตัวไม่ได้ ในมุมมองของผู้มีประสบการณ์ด้านการตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริงร่วมกับคอลัมน์หมายเลข 7  เห็นว่า หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ควรเข้ามาตรวจสอบและคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อโครงการ ซึ่งก่อสร้างด้วยเงินงบประมาณแผ่นดินถึง 16,459,000 บาท แต่กลับไม่มีการใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์การก่อสร้าง ถือเป็นความเสียหายต่อกระบวนการงบประมาณของประเทศชาติ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้อาจมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างการดำเนินการโครงการหรือไม่

งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 16 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการใช้งาน นอกจากจะต้องแก้ไขเพื่อให้การใช้เงินงบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างคุ้มค่า บรรลุตามวัตถุประสงค์แล้ว สิ่งที่ยังต้องติดตาม คือการทำหน้าที่ขององค์กรตรวจสอบ ว่าจะสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริง และเคลียร์ข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ที่ถูกกังขาในขณะนี้ได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวได้ถูกบรรจุเข้าวาระของ กรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร แล้ว