ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี

เวลา 09.38 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ในการพระราชทานเกียรติบัตรและเข็มที่ระลึกแก่ผู้ที่มีผลงานดีเด่นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง ศอ.บต. ร่วมกับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คัดเลือกข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนที่ให้ความช่วยเหลือทางราชการ มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ จำนวน 10 กลุ่ม ในการนี้ ถวายเกียรติบัตรและเข็มที่ระลึกแด่พระสงฆ์ 4 รูป, พระราชทานเกียรติบัตรและเข็มที่ระลึกแก่ผู้ที่มีผลงานดีเด่นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2563 และประจำปี 2564 รวม 81 คน แล้วพระราชทานเกียรติบัตรแก่นักเรียนในโครงการสนองแนวพระราชดำริ "ครัวโรงเรียน สู่ครัวบ้าน" ประจำปี 2564 จำนวน 10 คน

ปัจจุบัน ศอ.บต. ได้วางกรอบการแก้ปัญหา 3 เรื่อง คือ การพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความกินดีอยู่ดี, การขจัดเงื่อนไขที่อาจส่งผลกระทบต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม และการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี สำหรับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน ด้วยประสิทธิภาพของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้ร่วมบูรณาการการทำงานอย่างเต็มความสามารถ จึงทำให้การพัฒนามีความก้าวหน้าเป็นลำดับ

จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการต่าง ๆ ได้แก่ รถสิริเวชยาน ซึ่ง ศอ.บต. สนับสนุนการผลิต เป็นรถโมบายเคลื่อนที่เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับเด็กพิการและคนพิการที่อยู่ห่างไกล โดยพระราชทานชื่อรถ อันหมายถึง รถที่ให้บริการทางการแพทย์อันเป็นมงคล ปัจจุบันรถโมบายเคลื่อนที่ "สิริเวชยาน" มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 5 คัน นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมอาชีพต่าง ๆ แก่ผู้ปกครอง เพื่อให้มีความรู้นำไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว รวมทั้ง เป็นการลดรายจ่ายค่าอุปกรณ์ที่ใช้กับผู้พิการ อาทิ รองเท้าทางการแพทย์และรองเท้าเพื่อสุขภาพ รวมทั้ง อุปกรณ์สำหรับเด็กพิการ

ส่วนโครงการสนองแนวพระราชดำริ "ครัวโรงเรียน สู่ครัวบ้าน" เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2560 โดยขยายผลจากโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งนักเรียนที่สนใจและรักการเกษตรกรรมซึมซับการเรียนรู้ที่ได้จากโรงเรียน สามารถไปทำต่อเนื่องที่บ้านจนประสบความสำเร็จ สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้ชุมชนและขยายไปสู่การสร้างอาชีพได้

เวลา 13.20 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังกรมทหารราบที่ 152 ค่ายสิรินธร อําเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ทรงเป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนาค่ายสิรินธร ครบ 42 ปี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานชื่อค่ายสิรินธร ตามพระนามาภิไธยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2523 กองทัพบก จึงอนุมัติให้เป็นวันสถาปนาค่ายสิรินธร โดยกรมทหารราบที่ 152 มีภารกิจหลักด้านการทหารเพื่อความมั่นคงของประเทศ และเพื่อแก้ไขปัญหาการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงจัดกำลังพลสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในพื้นที่จังหวัดยะลา

จากนั้น ทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก ค่ายสิรินธร ซึ่งมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 เพื่อเป็นอาชีพเสริมแก่แม่บ้านทหารบกและกำลังพลได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยมีผู้ประกอบการโอทอป จังหวัดปัตตานี เข้ามาถ่ายทอดความรู้ด้านการเขียน การพิมพ์ การมัดย้อม และการใช้สีธรรมชาติ ให้กับสมาชิก 20 คน ปัจจุบันลายที่ได้รับความนิยมคือ "ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" และลายพื้นเมือง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ เสื้อผ้า ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ กระเป๋า และผ้าถุง ส่งจำหน่ายในร้านสมาคมแม่บ้านทหารบก กรุงเทพมหานคร โอกาสนี้ ทรงลงสีบนลายผ้าบาติก รูปดอกดาหลา ซึ่งอยู่บนภาพร่วมใจ 3 จังหวัดภาคใต้ มีว่าวโบราณ เรือกอและ นกเงือก ดอกชบา ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดปัตตานี เพื่อพระราชทานเป็นที่ระลึก

ต่อจากนั้น ทรงเยี่ยมสมาชิกกองพันอาสารักษาหมู่บ้านของจังหวัดยะลา ที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ แล้วทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการภายในค่ายสิรินธร อาทิ โครงการทหารพันธุ์ดี ใช้พื้นที่บริเวณสวนยางพาราในค่ายสิรินธร แต่เนื่องจากพื้นที่มีจำกัดและเป็นเนินเขา ในเดือนมกราคม 2563 จึงขยายพื้นที่ไปยังค่ายพระยาเดชานุชิต จังหวัดยะลา เพื่อให้กำลังพลเรียนรู้การทำเกษตรและปศุสัตว์ มีกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการปลูกพืชพันธุ์พระราชทาน ตลอดจนการเลี้ยงโคเนื้อ, ไก่, เป็ดไข่พันธุ์กากีแคมป์เบลล์ ส่วนพื้นที่ในค่ายสิรินธร มีการเลี้ยงแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล และแพะพันธุ์พื้นเมือง ผลผลิตที่ได้นำไปประกอบอาหารเลี้ยงกำลังพล ส่วนที่เหลือขายให้กับครอบครัวกำลังพลและประชาชนรอบค่ายในราคาย่อมเยา รวมทั้ง นำไปใส่ตู้ปันสุขบริเวณหน้าค่าย เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ จัดสร้างโรงเรือนเพาะเห็ด 5 โรง เพาะพันธุ์เห็ดเศรษฐกิจ ได้แก่ เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรมดำ และเห็ดขอนดำ พร้อมทดลองปลูกต้นกาแฟโรบัสต้า 60 ต้น และต้นโกโก้ 62 ต้น ในสวนยางพารา เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับกำลังพล, โครงการปลูกยางพาราพื้นที่ 40 ไร่ ได้ผลผลิตน้ำยางวันละ 180 กิโลกรัม และยางก้อน 200 กิโลกรัม รายได้ 40,000-80,000 บาทต่อเดือน แบ่งเป็นค่าตอบแทนกำลังพลร้อยละ 30 ที่เหลือใช้เป็นงบประมาณพัฒนาหน่วย โดยปีนี้ทดลองปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พันธุ์ก้านยาว และพันธุ์พื้นเมือง 300 ต้น

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการเรียนการสอนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค่ายสิรินธร ปัจจุบันมีเด็กในความดูแล 23 คน และมีครูผู้ดูแลเด็ก 7 คน จัดการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้นให้เด็กมีกระบวนการแสวงหาความรู้ หรือค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งที่เด็กอยากรู้หรือสงสัยด้วยวิธีการต่าง ๆ เป็นวิธีการเรียนรู้ที่เด็กได้เลือกศึกษาตามความสนใจของตนเองหรือของกลุ่ม ซึ่งสามารถนำผลการศึกษาไปใช้ได้ในชีวิตจริง ด้านโภชนาการ มีศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ช่วยตรวจสอบ แนะนำอาหารปลอดภัยและมีคุณค่าให้เด็กรับประทานครบ 5 หมู่ ในปี 2565 ได้รับรางวัลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ผลิตสื่อสร้างสรรค์จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

ข่าวอื่นในหมวด