รอบรั้วรอบโลก

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงสุดในรอบ 14 ปี

ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Federal Reserve) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี โดยมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.75 เปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 3 ถึง 3.25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วในปีนี้ ที่ เฟด ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75 เปอร์เซ็นต์ หลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เฟด ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นระดับ 2.25 ถึง 2.50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อพยายามต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ
                
นายเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธานาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า การปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเป็นมาตราการที่จำเป็น เพื่อชะลออุปสงค์ และลดความกดดันของการปรับราคาสินค้าขึ้น รวมทั้งเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสียหายทางเศรษฐกิจในระยะยาว นอกจากนี้ นายพาวเวลล์ ระบุว่า ไม่มีวิธีการที่ไร้ความเจ็บปวด ในการเอาชนะเงินเฟ้อ ซึ่งอาจต้องแลกมาด้วยภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตัวเลขว่างงานที่สูงขึ้น
              
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ พุ่งสูงแตะ 9.1 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 8.3 เปอร์เซ็นต์ โดยทางการสหรัฐฯ ตั้งเป้าที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงมาอยู่ที่ 2 เปอร์เซ็นต์